"มงคลกิตติ์" ลุยเจาะฐานเสียงเยาวชนปัตตานี ชูแก้ปัญหาภาคใต้-ยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน
วันที่ 24 เม.ย.66 ที่มัสยิดกรือเซะ อ.เมือง จ.ปัตตานี นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือเต้ หัวหน้าพรรคศรีวิไลย์ หมายเลข 42 พร้อมผู้สมัคร ส.ส. เขต 1, เขต 2, เขต 3 ปัตตานี และคณะ ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน จังหวัดปัตตานี ที่อยู่ในห่วงของวันฮารีรายออีฎิ้ลฟิตริ ชูนโยบายหลักของพรรค โดยก่อนไปพบปะ นายมงคลกิตติ์ พร้อมคณะ ได้มีการกราบไหว้สุสานเจ้าแม่ลิ้มก่อเหนียว ขอพรให้การเลือกตั้งครั้งประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ มั่นใจว่าปัตตานีจะได้ที่นั่ง ส.ส. จำนวน 2 คน
ซึ่งการลงมาหาเสียง จ.ปัตตานีครั้งนี้ โดยเฉพาะที่มัสยิดกรือเซะ ที่มีประชาชน กลุ่มเยาวชนเป็นจำนวนมาก มาเที่ยวในวันฮารีรายอ จึงมีการทักทาย ทำให้ประชาชนที่เห็น นายมงคลกิตติ์ แล้ว ต่างมาขอถ่ายรูปกันยกใหญ่ ซึ่งหลายคนตั้งสงสัยว่าการลงมาปัตตานีครั้งนี้ เนื่องจากวันฮารีรายอจะมีเยาวชนรวมกลุ่มกันนับหมื่นเที่ยวใน จ.ปัตตานี นายมงคลกิตติ์ ต้องการเจาะเสียงกลุ่มเยาวชนหรือไม่ หรือต้องการเจาะฐานเสียงของพรรคประชาชาติ โดยใช้นโยบายแก้ปัญหา ความมั่นคง ที่เยาวชนถูกใจ ทั้งนี้ก็มีประชาชนปัตตานีหลายคนสนับสนุนพรรคศรีวิไลย์
นายมงคลกิตติ์ เปิดเผยว่า การยกเลิกทหาร เชื่อว่ามีหลายพรรคที่มีแนวคิดแบบนี้ ตนเชื่อว่าการทุ่มงบกว่า 2 0ปี ไม่ได้เกิดประโยชน์ความจริงการวางระเบิด หลายเหตุการณ์ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐไหว้วานคนในพื้นที่ให้วางระเบิด อยากจะกินงบไม่จำเป็นต้องใช้พี่น้องประชาชนเป็นเครื่องมือ มันไม่ถูกต้อง สร้างความวุ่นวายให้กับคนในพื้นที่มากกว่า เราต้องการให้พื้นที่ 3 จังหวัดเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเหมือนกับจังหวัดภูเก็ต ทำให้ความเจริญเข้ามาให้กับประชาชน
สำหรับการพูดคุยสันติภาพนั้น ตนมองว่าคุยกันไม่รู้เรื่อง คุยคนละคีย์ อีกคนก็อยากจะยัดคดี อีกคนประชาชนโกรธ ถ้าอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เราก็ไม่สามารถขัดขวางเจ้าหน้าที่รัฐได้ เจ้าหน้าที่ก็สามารถที่จะจับกุมตามใจชอบ จะซ้อมก็เป็นได้ เช่นพรบ ซ้อมทรมาน ผ่านสภาแล้ว ยังมีการยืดเวลาออกไปอีก เพราะเจ้าหน้าที่รัฐกลัวความผิด ปกติเคยอุ้มฆ่ามาตลอดจนเกิดความเคยชิน ซึ่งราชการชั่วเหล่านี้ควรเอาออกให้หมดไป
นายมงคลกิตติ์ เผยอีกว่า นโยบายหลักๆของพรรค คือการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อำนาจพิเศษที่รัฐเคยมี ต้องไม่มีอีก และจะปลดฉนวนบังเกอร์ต่างๆ ที่มีกำลังนอกราชการที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากเกินไป เอาให้อยู่ในระดับปกติ เหมือนกับจังหวัดอื่นๆ ส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยว เราต้องการให้ปัตตานีเหมือนกับ ภูเก็ก พังงา กระบี่ จะได้มีรายได้เข้ามาในพื้นที่ และอีกหนึ่งนบาบสำคัญคือการให้พี่น้องมุสลิม3จังหวัดได้ไปประกอบพิธีฮัจ ที่นครเมกกะ วงเงินไม่เกิน2แสนบาทต่อคน ให้ไปปีละประมาน 5% ของทั้งหมด