ผปก.เกาะหลีเป๊ะ รุดชี้แจงยันไม่ใช่คู่ขัดแย้งชาวเลอูรักลาโว้ย
ผู้ประกอบการธุรกิจเกาะหลีเป๊ะ เดินหน้าชี้แจงส่งหนังสือผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสตูล ยืนยันไม่ใช่คู่ขัดแย้งชาวเลอูรักลาโว้ย พร้อมขอความเห็นใจผ่อนปรนและแนวทางแก้ไขให้โรงแรมที่พัก 111 แห่งได้ถูกกฎหมายให้เป็นวาระเร่งด่วน
วันที่ 20 เม.ย.66 ที่โรงแรมเพอเฟครูม อำเภอเมือง จังหวัดสตูล นายกสมาคมการค้าผู้ประกอบการธุรกิจเกาะหลีเป๊ะ พร้อมสมาชิก และประธานหอการค้าจังหวัดสตูล สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสตูล ประธานสภาการท่องเที่ยวจังหวัดสตูลและหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วม 50 คน ร่วมกันหารือและหาทางออกพร้อมขอมติในการประชุม กรณีที่เกิดข้อพิพาทเรื่องที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะ จนเป็นเหตุให้มีการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินแปลงอื่น ๆ โดยบังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบมาดำเนินการกับผู้ประกอบการ
หลังการหารือนายมุกตา บู่เอียด นายกสมาคมการค้าผู้ประกอบการธุรกิจเกาะหลีเป๊ะ พร้อมตัวแทนจะเข้ายื่นหนังสือถึง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสตูลผ่าน นายชาตรี ณ ถลาง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล (รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด) เพื่อร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือผู้ประกอบการกว่า 4,500 ชีวิต ผู้ได้รับผลกระทบจากการแก้ปัญหากรณีข้อพิพาทที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะ และชะลอการบังคับใช้กฎหมายเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปแก้กฎกระทรวงฉบับที่ 35 พุทธศักราช 2535
โดยนายกสมาคมการค้าผู้ประกอบการธุรกิจเกาะหลีเป๊ะ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ข้อพิพาทเรื่องที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะจนเป็นเหตุให้มีการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินแปลงอื่นๆโดยบังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบมาดำเนินการกับผู้ประกอบการนั้น จากเหตุดังกล่าวนำไปสู่ผลกระทบต่อผู้ประกอบการโรงแรมจำนวน 111 แห่งร้านค้า 250 แห่ง รวมจำนวนผู้ประกอบการและลูกจ้างกว่า 4,500 คน ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ จึงได้ยื่นหนังสือส่งถึงการเยียวยาของภาครัฐในอนาคตและขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยเหลือและขอชี้แจงข้อเท็จจริง 7 ข้อคือ
ผู้ประกอบการและชาวเลอูรักลาโว้ยอยู่ร่วมกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปี ไม่เคยเพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของผู้อยู่อาศัยดั้งเดิม ทั้งการจ้างงานการสร้างอาชีพให้กับเรือหางยาวท้องถิ่นทดแทนการออกหาปลาในเขตอุทยานรวมถึงการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ บนเกาะหลีเป๊ะ ปัญหาเกี่ยวกับถนนสาธารณะผู้ประกอบการได้จัดทำโครงการระดมทุนซื้อที่ดินตั้งแต่เดือนตุลาคม ปีพุทธศักราช 2565 เพื่อบรรเทาทุกข์เปิดเส้นทางเข้าโรงพยาบาลบนเกาะหลีเป๊ะ และโรงเรียนสำหรับเด็กนักเรียนแทนการเดินอ้อมทางเข้าบริเวณด้านหน้าหาด
ผู้ประกอบการไม่เคยนิ่งนอนใจต่อปัญหาการประกอบกิจการโรงแรม โดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งที่ผ่านมาผู้ประกอบการส่วนมากได้ยื่นคำร้องขอใบอนุญาตโรงแรมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด แต่ภาครัฐไม่สามารถออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมให้ได้ เนื่องจากติดในข้อกฎหมายกฎกระทรวงฉบับที่ 35 พุทธศักราช 2535 ออกตามความพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพุทธศักราช 2522 ที่กำหนดให้สิ่งปลูกสร้างบนเกาะหลีเป๊ะเป็นได้เพียงที่อยู่อาศัยเท่านั้น จากข้อกฎหมายดังกล่าวทำให้การใช้อาคารบนเกาะหลีเป๊ะเพื่อกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่ที่พักอาศัยเป็นการใช้อาคารโดยผิดประเภท ด้วยเหตุนี้ผู้ประกอบการจึงตกเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากข้อกฎหมายดังกล่าวและกลายเป็นผู้กระทำผิดโดยมิได้เจตนา
คำสั่งคสช.เรื่องมาตรการส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการประกอบธุรกิจโรงแรมบางประเภท จะเห็นได้ว่าคำสั่งฉบับนี้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมทั่วประเทศได้ปรับปรุงแก้ไขการใช้อาคารผิดประเภทในการประกอบธุรกิจโรงแรม และเว้นโทษทางอาญาให้ผู้ประกอบการ เพื่อที่จะให้ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมอยู่ในระบบและถูกกฎหมายนอกจากคำสั่งคสชที่ 6/2562 กระทรวงมหาดไทยยังได้ออกกฎกระทรวงปีพุทธศักราช 2559 กฎกระทรวงปีพุทธศักราช 2561 กฎกระทรวงปีพุทธศักราช 2564 ซึ่งหมดอายุสิงหาคม 2567
ซึ่งกฎกระทรวงทั้ง 3 ฉบับ มีเนื้อหาสอดรับสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับคำสั่งคสชที่ 6/2562 กล่าวคืออนุโลมผ่อนผันและขยายเวลาในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขอาคารในการใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม จึงเป็นที่ชัดเจนว่าภาครัฐให้ความสำคัญและต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวและช่วยเหลือผู้ประกอบการ เพื่อไม่ให้กระทบกับภาคเศรษฐกิจของประเทศ
ผู้ประกอบธุรกิจเกาะหลีเป๊ะขอให้ใช้มาตรการและแนวทางในการชะลอการบังคับใช้กฎหมายที่เคร่งครัดพรบ.ควบคุมอาคารและ พรบ.โรงแรมไปพลางก่อน จนกว่าผู้ประกอบการจะดำเนินการแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการใช้อาคารแล้วเสร็จ ตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด พร้อมขอมาตรการและแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงยกเลิกกฎกระทรวงฉบับที่ 35 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พุทธศักราช 2522 ให้เป็นวาระเร่งด่วน เพื่อลดความขัดแย้งในสังคมไทย และป้องกันความเสียหายต่อภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทย