หนุ่มใหญ่สตูล น้อยใจเมียพยาบาล-ปัญหาครอบครัว ปีนเสาสื่อสารประชดโชคชะตา
วันที่ 5 ก.พ.66 นับเป็นรายที่สองของการประท้วงชีวิตของหนุ่มสตูล ในรอบสัปดาห์นี้ โดยรายนี้เหตุเกิดที่ที่เสาสื่อสาร (ภายในบริเวณคลังพัสดุของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) หมู่ที่ 4 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล ทีมกู้ชีพกู้ภัยเทศบาลตำบลคลองขุด ได้รับแจ้งว่ามีชายวัยกลางคน สวมหมวกแก๊ป และเสื้อเจ็คเกจสีแดง พร้อมกระเป๋าสะพายด้านในบรรจุสัมภาระ ได้ปีนขึ้นไปยืนบนเสาดังกล่าวตั้งแต่เวลาประมาณ 9 นาฬิกาของวันนี้ จึงรีบแจ้งให้ตำรวจสภ.เมืองสตูล โดยพ.ต.อ.เสกสิทธิ์ ปรากฏชื่อ ผกก.สภ.เมืองสตูล สั่งการให้พนักงานสอบสวนนำกำลังเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ด้วยความสูงรอบแรกที่ชายดังกล่าวปีนขึ้นไปนั่งอยู่ประมาณ 10 เมตร ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ในคลังไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะเจรจาให้ลงมาเอาน้ำดื่ม จึงยอมลงมาเหลือระดับความสูงอยู่ที่ 4 เมตรนั้น และมีการเจรจาจนเจ้าหน้าที่ตำรวจ กำนันตำบลคลองขุด เข้ามาตรวจสอบ ก่อนที่จะส่งนายประพัน สุวรรณะ กำนันตำบลคลองขุด และเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยเทศบาลตำบลคลองขุด ขึ้นไปเจรจาหลังพบว่าเคยเป็นเพื่อนเรียนสมัยประถม ใช้เวลาเจรจาไม่นานนัก
โดยชายดังกล่าว จะขอเจรจากับ ส.ส.เขต 1 สตูล ให้ช่วยเหลือด้วยปัญหาที่ถูกตัดสิทธิ์แม่ของตนไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้ และปัญหาครอบครัวที่ระหองระแหงกันมาโดยตลอด ก่อนที่กำนันจะต่อสายให้โทรศัพท์คุยกับส.ส.เขต 1 สตูล แล้วจึงยอมลงจากเสาสื่อสารลงมาในห้วงเวลาประมาณ 14.30 น.
โดยนายธนาคม ฉายนิ่ม เจ้าพนักงานการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นเพื่อนเรียนของชายที่ปีนเสาสื่อสาร หลังขึ้นไปเจรจา เล่าว่า เจ้าตัวเครียดกับปัญหาชีวิตคู่ภายในครอบครัว โดยดึงใบทะเบียนสมรสชูให้ดูว่าอยู่กับภรรยามา 10 กว่าปี เครียดไม่มีทางออกแม่ก็มาป่วยจะรักษาพยาบาลก็ไม่ได้เพราะถูกตัดสิทธิ
หลังชายดังกล่าวปีนลงมา ทราบชื่อภายหลังว่า คือนายจักรกริศน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี อยู่ถนนสฤษดิ์ภูมินารถ ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล อดีตเคยเป็นเจ้าหน้าที่ รพ.สตูล ออกมาเปิดร้านกาแฟ ในพื้นที่ตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล แต่ไม่ประสบความสำเร็จในกิจกรรม และได้ออกไปหางานทำในกรุงเทพมหานคร ชีวิตก็ไม่เป็นดังที่หวัง ตัวเองก็ไม่ค่อยสบาย แม่ก็มาป่วย เล่าให้นักข่าวฟังว่า เคยถึงขั้นไม่มีข้าวกินต้องไปอาศัยวัดกินยังทนได้ แต่แม่มาป่วยเจ็บหัวเข่าจะนำท่านมารักษาตัวที่รพ.ก็ถูกครอบครัวกีดกัน และมารู้ว่าสิทธิ์จ่ายตรงในการรักษาพยาบาลของตน ในฐานะสามีที่มีภรรยาเป็นข้าราชการ ก็มาถูกตัดขณะไปรักษาฟันที่ รพ.ในกรุงเทพ มองว่าถูกกลั่นแกล้ง
จากปัญหาชีวิตที่เกิดกับตนได้ขี่รถ จยย.จากรุงเทพมหานคร 1,000 กว่ากิโลเมตรเพื่อกลับสตูล เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาวันนี้ไม่มีบ้านจะอยู่แล้ว แม่จะเอามารักษาตัวที่สตูลก็ยังถูกกีดกัน ทำให้ตนหมดหนทางออกหลังชนฝา ไม่มีที่จะไป ทั้งที่อยากกจะมาทำงานหาเงินที่บ้านเกิดจังหวัดสตูล
ตำรวจและกำนันต่างช่วยกันปลอบและรับปากว่าจะตรวจสอบเรื่องสิทธิ์การรรักษาพยาบาลให้ ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้นายจักรกริศน์ สงบสติลง