กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจงเหตุ อส.ทพ. ยิงปืนหน้าสถานบันเทิงในตัวเมืองยะลา ตั้งกรรมการสอบวินัย​ เปิดทางตร.ดำเนินคดี​

ข่าวทั่วไทย12 ส.ค. 2565 • 08:53 น.
กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจงเหตุ อส.ทพ. ยิงปืนหน้าสถานบันเทิงในตัวเมืองยะลา ตั้งกรรมการสอบวินัย​ เปิดทางตร.ดำเนินคดี​

 

วันนี้ ( 12 ส.ค. 65)  พันเอก เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า  ได้ชี้แจงกรณีเหตุอาสาสมัครทหารพรานก่อเหตุยิงกันที่ผับกลางเมืองยะลาวว่า  ตามที่ได้เกิดเหตุอาสาสมัครทหารพรานยิงปืนหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเขตตัวเมือง จังหวัดยะลา ทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย และได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ทราบชื่อคือ อาสาสมัครทหารพราน หัสชัยชาญ ทุ่มนุ่ม สังกัดกรมทหารพรานที่ 49 โดยพฤติกรรมการก่อเหตุทราบว่า อาสาสมัครทหารพรานนายดังกล่าวเข้าไปใช้บริการในสถานบันเทิง ต่อมามีอาการมึนเมาจนขาดสติ และได้เดินออกมาที่รถยนต์ส่วนตัวซึ่งจอดอยู่บริเวณด้านหน้า นำอาวุธปืน AK-47 ออกมายิงกราดไปหลายนัด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต รวมทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บจากการกระทำของกำลังพล ถึงว่าแม้เรื่องดังกล่าว จะเป็นการกระทำส่วนบุคคลก็ตาม แต่ในฐานะของหน่วยบังคับบัญชา จะได้เข้าไปช่วยเหลือดูแลตามหลักมนุษยธรรม แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติของผู้เสียชีวิต ตามความเหมาะสมต่อไป สำหรับการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมาย โดย กอ.รมน.ภาค 4 สน. จะไม่เข้าไปแทรกแซงหรือชี้นำแต่อย่างใด รวมทั้งจะดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อลงทัณฑ์ทางวินัยกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ทั้งหมด รวมไปถึงผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจำนวน 2 ระดับ หากพบว่ามีความผิด หรือบกพร่อง จะดำเนินการลงทัณฑ์ทางวินัยตามความเหมาะสม ส่วนผู้ก่อเหตุปัจจุบันอยู่ในระหว่างดำเนินกรรมวิธี เพื่อปลดออกจากการเป็นอาสาสมัครทหารพราน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นมาตรการควบคุมบังคับบัญชาและกำชับหน่วยในพื้นที่ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้ออกวิทยุคำสั่งเน้นย้ำ ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น กวดขัน กำกับดูแลการปฏิบัติของกำลังพลในทุกระดับ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีแนวทางในการปฏิบัติอยู่แล้ว เช่น เรื่องการรักษาวินัย การดื่มสุรา การทะเลาะวิวาท การพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร เป็นต้นหากมีการฝ่าฝืนหรือมีเหตุการณ์ซ้ำเดิมขึ้นอีก จะมีมาตรการลงทัณฑ์สถานหนักทั้งผู้กระทำความผิด ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และผู้บังคับบัญชา ต่อไป
วีระยุทธ/ยะลา/12/8/65