นนทบุรี คู่กรณี 2 ตายายชาวสวนบริจาคเงินวัดพร้อมเบิกเงิน 1 ล้านคืนให้ตายาย

ข่าวทั่วไทย29 เม.ย. 2564 • 17:27 น.โดย ชิงชัย
นนทบุรี คู่กรณี 2 ตายายชาวสวนบริจาคเงินวัดพร้อมเบิกเงิน 1 ล้านคืนให้ตายาย
จากกรณีที่นางอำไพ จิตรักมั่น อายุ 79 ปี นายนพ จิตรักมั่น อายุ 79 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/1 หมู่ 8 ตำบล บางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เข้าแจ้งความ ร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.วรทัศน์ วัฒนชัยนันท์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บางใหญ่ เพื่อให้ดำเนินคดี กับนาย อานนท์ณัฎฐ์ เล็กเนียม อายุ 69 ปี ไวยาวัจกร วัดศรีราษฎร์ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี หลังมาบอกให้ตนทั้งสองคน บริจาคเงิน เพื่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ ของวัดแห่งนี้ ตนทั้งสองคน จึงได้บริจาคเงิน  จำนวน 1 ล้านบาท ให้กับนายอานนท์ณัฎฐ์ เพื่อนำไปสร้างอุโบสถ แต่ต่อมา ปรากฏว่า ไม่มีการสร้างอุโบสถตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด เมื่อตนทั้งสองคน ไปทวงเงิน จากนายอานนท์ณัฎฐ์ ก็ได้รับคำตอบว่า จะเก็บเงินนี้ไว้ก่อน เนื่องจากยังก่อสร้างอุโบสถไม่ได้ เพราะติดปัญหา คือ ชาวบ้านยังไม่ยอมให้สร้าง โดยหาว่าที่ดังกล่าวเป็นที่จอดรถ จึงไม่อนุญาตให้สร้าง อีกทั้งยังมาเจอ ปัญหา การแพร่ระบาด ของเชื้อ covid19 ทำให้ไม่สามารถก่อสร้าง อุโบสถตามที่ตั้งใจไว้ ตนทั้งสอง จึงเอ่ยปาก ขอเงินคืน แต่นายอานนท์ณัฎฐ์ บอกว่า ทางวัดได้ออกใบอนุโมทนาบัตร ให้แก่ตนแล้ว เงินที่บริจาคมาก็ยังอยู่ในบัญชี ไม่ได้นำไปใช้แต่อย่างใด ได้รับการก่อสร้างสักที ตนและสามี จึงเอ่ยปากขอเงินคืน จากเขาก่อน หากมีการสร้างอุโบสถเมื่อไหร่ ก็ยินดีจะบริจาค เหมือนเดิม แต่ก็ได้รับการปฏิเสธเรื่อยมา จึงต้องนำความมาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอให้    ขณะที่นายอานนท์ณัฎฐ์ เล็กเนียม อายุ69 ปี คู่กรณีของตา-ยาย ชาวสวน ได้นำหลักฐานต่างๆ มาแสดงให้เห็นว่า พวกตน มีโครงการ ในการก่อสร้าง พระอุโบสถหลังใหม่จริงๆ และเงินที่รับบริจาคมา ก็ยังอยู่ไม่ได้นำไปใช้แต่อย่างใด ทางนางอำไพ และนายนพ 2 ตายายชาวสวน จึงขอให้นำสมุดบัญชี มาให้ดู และพบว่ามียอดบริจาค เข้ามา 6 ล้านห้าแสนบาท ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันว่าเงินในบัญชียังอยู่ครบ แต่ในเมื่อทั้งสองคน อยากจะได้เงินคืน หากมีการเสนอข่าวนี้ออกไปแล้ว ตนทั้งสองคนยินดีที่จะคืนเงินจำนวน 1 ล้านบาท ให้กับ 2 ตายายชาวสวนทันทีที่ข่าวได้ออกไป เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า ตนเองทั้งสองและคณะกรรมการร่วมที่มีชื่อ 5 คน ไม่ได้คิดที่จะ โกงเงินหรือเอาเงินไปใช้ส่วนตัวแต่อย่างใด    วันนี้เวลา 14.00 น. วันที่ 29 เม.ย.64 ที่บ้านของนายประหยัด แก้วด้วง ผู้ใหญ่บ้าน นายอานนท์ณัฏฐ์  เล็กเนียม เปิดเผยว่าหลังมีการเสนอข่าวออกไปแล้วตามสื่อต่างๆตามที่ตนลั่นวาจาไว้ว่าจะคืนเงิน 1 ล้านบาทให้กับลุงนพและป้าไพ โดยขอให้ทั้งสองคนมารับเงินได้ที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งตนและกรรมการร่วมทั้ง 5 คน จะทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรและให้ทั้งสองคนเซ็นรับทราบว่าได้เงินคืนแล้วเป็นที่เรียบร้อย    ตนยืนยันว่ายังมีโครงการก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่แทนหลังเก่าที่ทรุดโทรม เพื่อทะนุบำรุงศาสนาให้วัดเป็นที่พึ่งของชาวบ้านจริงๆ ส่วนชาวบ้านส่วนน้อยที่คัดค้านก็เป็นพวกที่เวลามีการประชุมคณะกรรมการของวัด ก๋ไม่เคยมาประชุม แต่พอจะสร้างอุโบสถหลังใหม่ก็ไม่ยินยอม มากล่าวอ้างว่าเป็นที่จอดรถ ซึ่งมันไม่ใช่เลย เงินบริจาคในบัญชีนี้ 6.5 ล้านบาท ถ้าผู้ใจบุญท่านใดคิดว่าจะขอคืนตนก็ยินดี แต่เท่าที่สอบถามทุกคนบอกว่าให้เก็บไว้เพื่อร่วมสร้างบุญ "ผมกับพี่นพ พี่ไพ ก็เป็นเพื่อนบ้านกันมานาน ไม่เคยมีความคิดที่จะเอาเงินมาใช้ส่สนตัวเลย ผมขายที่ได้เงินมาหลายสิบล้าน พี่สาวผมก็ขายที่มา เราสองคนก็บริจาคอยู่ในบัญชีนี้คนละ 1 ล้าน  ส่วนพี่นพ พี่ไพ ก็ขายที่ได้มาหลายสิบล้านเหมือนผม พวกเราทุกคนมีเจตนาบริสุทธิ์ในการทำบุญ แต่มันการเข้าใจผิด ผมก็พร้อมคืนเงินให้เขา เพราะถือว่าหมดบุญกันแค่นี้"    ขณะที่นายนพ เอง กล่าวกับผู้สิ่อข่าวสั้นๆว่า รู้สึกดีใจที่จะได้เงินคืนแม้จะอีดสามสี่วัน ส่วนเงินถ้าได้มาก็จะแบ่งส่วนหนึ่งไว้บูรณะอุโบสถของวัดที่ทรุดโทรม ส่วนที่เหลือตั้งใจว่าจะไว้ทำบุญทอดกระถินหลายๆวัด แต่ช่วงนี้ติดสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดอยู่ คงต้องรอให้ดีขึ้น เราสองคนและลูกสาวก็จะตระเวณทำบุญกัน "ก็อยากจะฝากผู้ที่อยากทำบุญ ทำกุศลว่า หากจะทำแล้วให้ทำโดยตรงกับเจ้าอาวาสที่เคารพนับถือเลย จะได้สบายใจกว่าทำผ่านคฤหัสที่ไม่ใช่พระ"