พ่อแม่ร่ำไห้ยกมือไหว้ตร.ไทยให้ช่วยลูกสาวกลับมาจากดูไบ หลังจากถูกหลอกไปทำงานนวดแต่ไม่ได้เงิน
วันที่ 3 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ประวรรณ อายุ 59 ปี ชาวต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี เดินทางมาพร้อมด้วย นายโรเบิร์ต และน.ส.อภิญญา น้าสาวเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.เมืองอุดรธานี เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฯ ช่วยเหลือ น.ส.กรกมล อายุ 38 ปี หรือ “ก้อย” ซึ่งเป็นลูกสาวของน.ส.ประวรรณ ไปทำงานนวดที่ประเทศดูไบ ตั้งแต่กลางเดือนเม.ย.66 ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายไปต่อไม่ไหว ร้องความช่วยเหลือมายังนายโรเบิร์ตเพื่อนชายชาวต่างชาติที่สามารถติดต่อกันได้ เพื่อให้พาแม่มาแจ้งความกับตร.และขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ฯ
ด้าน น.ส.อภิญญา อายุ 42 ปี น้าสาวของน.ส.ก้อย เปิดเผยว่า ก้อยซึ่งเป็นหลานสาวได้ติดต่อทางไลน์มาหา นายโรเบิร์ต ซึ่งเป็นเพื่อนที่รู้จักมาบอกว่า ขอให้พาแม่ไปแจ้งตร.ขอความช่วยเหลือด้วย เพราะมาทำงานนวดที่ประเทศดูไบ แต่สุดท้ายโดนกักขังและถูกเรียกเงินอีก 1 แสนเพื่อไถ่ตัว โดยได้ส่งโลเคชั่นว่าถูกกักตัวอยู่ที่ตรงไหนมาให้นายโรเบิร์ตดู ฝรั่งเขาเห็นใจหญิงไทยคล้ายโดนหลอกไปทำงานจึงอยากจะช่วยเหลือด้วย แต่เนื่องจากนายโรเบิร์ตอ่านภาษาไทยยังไม่ชัด จึงได้เอามาให้ตนเองดู จนรู้ว่าหลานต้องการความช่วยเหลือ
เบื้องต้นทราบว่า หลานสาวได้หางานทำทางติ๊กต๊อกและมีคนบอกว่าไปทำงานดูไบแล้วสบาย งานนวดง่าย เงินดีและจ่ายสบายๆ เดือนๆ หนึ่งได้หลายตังค์ หลานสาวจึงตัดสินใจไป มีรถตู้มารับที่บ้าน เมื่อวันที่ 12 เม.ย.66 ที่ผ่านโดยไม่รู้จักว่าเป็นใครมารับ แต่เมื่อ 2 สัปดาห์แล้วได้ติดต่อมาหาเพื่อนชายชาวต่างชาติเพื่อความช่วยเหลือและมาขอเงินพวกตนด้วยเพื่อจะกลับบ้าน พวกตนไม่มีเงินจะส่งไปให้ จึงมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ฯ เพื่อพาน้องกลับมาบ้าน
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของ น.ส.ประภาวรรณ และนายอุดร ที่ต.หนองนาคำ พบว่าที่บ้านหลังดังกล่าวอยู่กันครอบครัวใหญ่ เป็นบ้านปูนชั้นเดียว ภายในบ้านมีลูกของน.ส.ก้อย จำนวน 5 คนที่น.ส.ประภาวรรณและนายอุดรตาและยายเป็นคนดูแล
ด้าน น.ส.ประวรรณ ผู้เป็นแม่ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ด้วยความจนลูกสาวต้องดิ้นรนไปทำงานที่ดูไบ เพราะเป็นหนี้จากการเอาบ้านไปจำนวน 500,000 บาทเศษ เท่าที่รู้เขาหางานทำทางติ๊กต๊อกจากนั้นก็มีคนมารับเมื่อวันที่12 เม.ย.66 ไปส่งขึ้นเครื่องที่สนามบิน เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วเขาติดต่อมาหา นายโรเบิร์ตเพื่อนชาวต่างชาติเพื่อให้หาทางช่วยเขาออกจากมาจากดูไบ เพราะโดนกักขังตัวเหมือนใช้หนี้เกือบแสนหมดแล้ว แต่คนที่พาไปบอกว่าหนี้ยังไม่หมด ต้องใช้อีก 1 แสนแต่ลูกสาวไม่ยอมทำงานอีก จึงถูกนำตัวไปกักขังรวมกับผู้หญิงอีกหลายคน เท่าที่ทราบว่า ลูกสาวเล่าให้ฟังว่า มีหญิงไทยไปทำงานนวดแล้วเกิดท้องขึ้นมาแล้วทำงานไม่ได้กระโดดตึก 7 ชั้นตายไปแล้ว 1 คนไม่อยากให้ลูกสาวคิดสั้นฆ่าตัวตายแบบสาวไทยที่ท้อง จึงอยากจะวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือลูกสาวด้วย