อ้างเป็นชุดเฉพาะกิจตรวจสอบรถดัดแปลงใช้ในสวน ตบทรัพย์ไป 5 พัน

ข่าวทั่วไทย17 ม.ค. 2565 • 07:45 น.โดย กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล
อ้างเป็นชุดเฉพาะกิจตรวจสอบรถดัดแปลงใช้ในสวน ตบทรัพย์ไป 5 พัน
หลังจากที่ผู้สื่อข่าวได้ติดตามเรื่องที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 7-8 คนที่อ้างว่าเป็นชุดเฉพาะกิจ เข้ามาแสดงตัวเพื่อตรวจสอบรถที่ต่อขึ้นในอู่ของนายจักกริชท้องที่หมู่ 3 ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยสาระสำคัญในคลิปเป็นเสียงของผู้ที่อ้างว่าเป็นชุดเฉพาะกิจ พยายามขู่ที่จะยึดรถที่ต่อขึ้นพร้อมทั้งรถลูกค้า อ้างว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายในการดัดแปลงสภาพรถ วันที่ 17 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รายงานต่อว่า อู่ดังกล่าว เป็นของนายจักกริช พิทธยกิจ เกษตรกรท้องที่ลุ่มน้ำปากพนังและใกล้เคียง เนื่องจากเป็นผู้ผลิตต่อรถสามล้อพ่วงท้ายในชื่อ สามล้อโฟร์วีลช่างกริช ในอู่มีการต่อรถลักษณะเป็นรถสามล้อพ่วงท้าย ส่วนโครงรถนั้นนายจักรกริช ให้ข้อมูลว่าไปซื้อเฉพาะโครงมาจากร้านรับซื้อเศษเหล็กหลังจากนั้นได้นำมาขัดแต่งแล้วใส่เครื่องใหม่ซึ่งมีเอกสารถูกต้อง ดัดแปลงให้มีเกียร์เดินหน้าถอยหลังให้รถสามารถลุยในพื้นที่ที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้ ส่วนพ่วงท้ายได้ต่อจากเหล็กคุณภาพดี ซึ่งมีการขออนุญาตตามขั้นตอนจาก อบต.ในพื้นที่ในส่วนของการประกอบกิจการ ทั้งนี้ นายจักกริช พิทธยกิจ ผู้ที่บันทึกคลิปสนทนาระหว่างเกิดเหตุการณ์ขึ้น กล่าวว่า ชายทั้ง 7-8 คนได้เข้ามาที่อู่ในขณะที่ตนเองไม่ได้อยู่ในอู่ไปทำภาระกิจในสวนส้มโอ และดูแลคุณตา มีคนโทรไปบอกว่ามีเจ้าหน้าที่มาตรวจอู่จึงกลับมาดูพบว่าเจ้าหน้าที่กลุ่มดังกล่าวนั้นอยู่ในชุดนอกเครื่องแบบทั้งหมด แจ้งว่าเป็นชุดเฉพาะกิจ แต่ไม่ทราบต้นสังกัดที่แน่ชัด ได้แสดงตัวเชิงข่มขู่ที่จะยึดรถที่ต่อขึ้นทั้งหมด พร้อมทั้งทำบันทึกจับกุมในข้อหาดัดแปลงสภาพ ซึ่งมีทั้งรถของลูกค้าที่ส่งต่อเติม รถที่ต่อขึ้นใหม่ อ้างว่าโครงรถกับเครื่องไม่ตรงกัน ไม่สามารถต่อประกันภัยได้ จดทะเบียนไม่ได้ เป็นการกระทำความผิด และต้องไปปรับที่โรงพัก 5 พันบาทในข้อหาดัดแปลงสภาพ ด้วยความตกใจหลังจากนั้นมีการชำระเงินค่าปรับให้ไปเป็นเงิน 5 พันบาท แต่ไม่มีใบเสร็จชุดเฉพาะกิจดังกล่าวก็ได้เดินทางออกไป จนถึงขณะนี้ยังไม่รู้ว่ากลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มนี้เป็นเจ้าหน้าที่หรือไม่ หรือสังกัดไหน สำหรับรถสามล้อพ่วงท้ายติดเครื่องยนต์ดังกล่าวนายจักรกริชระบุว่าเป็นการลองผิดลองถูกมากว่า 10 ปี จบการศึกษาเพียง ม.3 กศน.เท่านั้น จนสามารถต่อออกมาใช้การได้ดีในที่สุด มีเกียร์เดินหน้าและถอยหลัง นิยมใช้ในพื้นที่เกษตรกรรมบรรทุกปาล์ม มะพร้าวสวนส้มโอในย่านอำเภอปากพนังและใกล้เคียงได้รับการตอบรับจากเกษตรกรจำนวนมาก เนื่องจากบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 1.2 ตันต่อ 1 เที่ยวในการขนย้าย คล้ายกับรถอีแต๊ก สามารถเข้าถึงพื้นที่น้ำท่วมขัง โคลนตมได้ดีมาก จะวิ่งบนถนนก็แค่ในหมู่บ้านอยากขอความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นชุดไหนก็แล้วแต่อย่าหาช่องทางรังแกกับผู้ที่ทำมาหากินอาชีพสุจริต ขอให้ไปตักเตือนหากกระทำความผิดที่ไม่เจตนาและไม่รู้ขั้นตอนข้อกฎหมายเพื่อจะได้แก้ไขกันไป