เปิดบ้าน “มรภ.ราชนครินทร์” จากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ ตอบโจทย์พัฒนาท้องถิ่น-ประเทศยั่งยืน

ข่าวทั่วไทย22 ก.พ. 2566 • 11:25 น.
เปิดบ้าน “มรภ.ราชนครินทร์” จากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ ตอบโจทย์พัฒนาท้องถิ่น-ประเทศยั่งยืน

จากคำยอดฮิตที่ว่า “งานวิจัยส่วนใหญ่อยู่แต่บนหิ้ง” หรือ “งานวิจัยมีแต่ศัพท์วิชาการเข้าใจยาก” ทำให้ภาพลักษณ์ของ “งานวิจัย” เป็นสิ่งที่ชาวบ้านทั่วไปเบือนหน้าหนี  และไม่ให้ความสนใจ ส่งผลให้ “งานวิจัย” ส่วนใหญ่จำกัดความรู้อยู่ในคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ทั้งที่งานวิจัยหลายเรื่องมีประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่  มีผลต่อเศรษฐกิจปากท้องประชาชน และมีหลายงานวิจัยที่มีประโยชน์มากพอ พร้อมจะนำไปใช้งานได้จริง จึงนับเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่ “งานวิจัย” เหล่านี้ ไม่สามารถสื่อสารสร้างความเข้าใจให้กับชาวบ้านหรือหน่วยงานเกี่ยวข้องได้

มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จึงได้จัดงาน RRU OPEN HOUSE 2023 และตลาดวิจัย ขึ้น เมื่อวันที่ 16-17 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา โดยมี นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ภายในงานมีการจัดบูธแสดงผลงานวิจัยเด่นของ 5 คณะ และอีก 11 ศูนย์ /สำนัก พร้อมบูธแนะนำ “คณะพยาบาลศาสตร์” ซึ่งคณะเปิดใหม่ พร้อมมอบโล่รางวัลให้กับนักวิจัยดีเด่น รวมทั้งการออกร้านจำหน่ายสินค้าดีจากชุมชน ที่มหาวิทยาลัยฯได้ลงไปทำงานวิจัยด้วย  เพื่อให้คนฉะเชิงเทราและสังคมได้รับรู้ถึงศักยภาพใน “งานวิจัย” ของมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์  ซึ่งพร้อมเป็นกำลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาจากท้องถิ่นสู่การพัฒนาประเทศชาติ

รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร ภู่ผะกา รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ เปิดเผยว่า งานวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ เป็นงานวิจัยที่ตอบโจทย์ของสังคม ชุมชน ท้องถิ่น โดยปาวรณาตัวเองให้เป็น “มหาวิทยาลัยชั้นนำรับใช้สังคมภาคตะวันออก” และได้กำหนดกรอบงานวิจัยให้สอดคล้องกับนโยบายระดับประเทศ แผนพัฒนาพื้นที่ EEC และแผนพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทรา ฉะนั้น สิ่งสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาไปได้ ก็คือ ศักยภาพของกำลังคน ทั้งศักยภาพของผู้นำชุมชน  ศักยภาพของประชาชน และศักยภาพของเยาวชน เพราะฉะนั้น มหาวิทยาลัย จึงเป็นจุดเชื่อมต่อการเติมความรู้ให้มีศักยภาพ และต้องพัฒนาให้กลุ่มคนเหล่านี้ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะสามารถพัฒนา จ.ฉะเชิงเทรา ให้เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไปได้

กระบวนการพัฒนางานวิจัย : ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ    

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยฯ ได้เน้นสร้างระบบแนวคิดใหม่ให้กับอาจารย์ นักศึกษา และพัฒนาสมรรถนะร่วมกัน ผ่านงานบริการวิชาการ และการดำเนินงานโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่  นอกจากนี้ ยังร่วมกับหน่วยงานและเครือข่ายต่างๆในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์  โดยแบ่งกระบวนการพัฒนางานวิจัย ออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ    

โดยต้นน้ำ คือ การระดมสมองร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง  เพื่อให้เกิดประเด็นวิจัยที่ตอบโจทย์ และอิงกับความต้องการเชิงพื้นที่ รวมถึงแผนพัฒนาจังหวัด และแผนพัฒนาชาติ

ส่วนกลางน้ำ คือ การติดตามหนุนเสริม จากผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ จากภาคีหน่วยงานต่างๆ ที่อยู่ภายนอก เพื่อสะท้อนภาพการทำงาน รวมทั้งให้คำชี้แนะกับอาจารย์ของมหาวิทยาลัยฯ ให้ผลิตงานวิจัยได้ตรงตามกรอบที่วางไว้ และใช้ประโยชน์ได้จริง

และ..ปลายน้ำ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.การตีพิมพ์เผยแพร่องค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยผ่านบทความวิชาการ ทั้งในระดับชาติหรือนานาชาติ เพื่อเป็นองค์ความรู้ให้กับประชาชน และ 2. เกิดการใช้ประโยชน์ในเชิงพื้นที่ หรือ ผลกระทบทางบวก เช่น คนในพื้นที่วิจัยเกิดรายได้เพิ่มมากขึ้นจากเดิม อย่างน้อย 15% หรือ สังคมน่าอยู่มากขึ้น ชุมชนมีภาคีเครือข่ายที่เน้นแฟ้นมากขึ้น

“การพัฒนางานวิจัยไม่เพียงแต่มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์เท่านั้นที่เข้มแข็ง แต่งานวิจัยยังช่วยให้คนในชุมชนเกิดความตื่นตัว เห็นความสำคัญกับการมีส่วนร่วม เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่นำไปสู่การสร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น” รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร ภู่ผะกา กล่าว

ทั้งหมดนี้ คือ การไม่หยุดนิ่งที่จะก้าวไปข้างหน้า เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ไม่ให้เป็น “งานวิจัยขึ้นหิ้ง” แต่เป็นงานวิจัยที่สร้างผลกระทบทางบวก หรือตอบโจทย์การพัฒนาให้กับชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสร้างอาชีพที่จะเข้ามาสร้างรายได้ หรือทำให้วิถีชีวิตของคนในชุมชนกลับคืนมา และยังคงเป็นสถาบันหลักที่บูรณาการองค์ความรู้และงานวิจัย โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเพิ่มฐานความรู้ด้านเทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม ให้สอดคล้องตามทิศทางการพัฒนากำลังคน  สู่การใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศต่อไป