กรมโรงงานฯและกรมควบคุมมลพิษ นำจนท.องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมสหรัฐ และกระทรวงสิ่งแวดล้อมแห่งไต้หวัน ศึกษาดูงานโรงงานรับกำจัดกากของเสีย
กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมควบคุมมลพิษ นำเจ้าหน้าที่องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมสหรัฐ และกระทรวงสิ่งแวดล้อมแห่งไต้หวัน ศึกษาดูงานบริษัท วิน โพรเสส จก.โรงงานรับกำจัดกากของเสีย หาแนวทางฟื้นฟูพื้นที่โดยรอบโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อนกากของเสียของโรงงาน
เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นำเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ และเจ้าหน้าที่จากองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา US.EPA. และเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสิ่งแวดล้อมแห่งไต้หวัน (Taiwan Ministry of Environment; TWMoENV) ลงพื้นที่ศึกษาดูงานกรณีบริษัท วิน โพรเสส จำกัด ตั้งในชุมชนบ้านหนองพวา ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เพื่อศึกษาดูลักษณะประเภทของเสีย การกักเก็บของเสียภายในโรงงาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเสนอแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนภายนอกโรงงานต่อไป หลังศาลจังหวัดระยอง มีคำสั่งให้โรงงานบำบัดกากของเสียให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด
นายจุลพงษ์ กล่าวว่า คณะที่มาวันนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์จากหน่วยงานภาครัฐของ 2 ประเทศ ทางด้านการบริหารจัดการพื้นที่ที่ถูกปนเปื้อนด้วยกากอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ โดยพามาดูพื้นที่ และบริษัทฯ ที่เกิดปัญหาในพื้นที่ ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ซึ่งจะต้องมีการหารือกันต่อไปว่าผู้เชี่ยวชาญทั้ง 2 ประเทศ มีข้อแนะนำ มุมมองจากผู้มีประสบการณ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับการฟื้นฟูและกระบวนทางด้านกฎหมายด้วย สำหรับเงื่อนไขระยะเวลาที่แก้ไขและฟื้นฟูพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านนั้นมีอยู่ 2 ส่วน คือ 1.ตัวพื้นที่ที่เป็นโรงงาน ซึ่งตัวเจ้าของโรงงานซึ่งเป็นผู้ต้องหา ขณะนี้ถูกคุมประพฤติอยู่ และมีการวางเงินไว้ที่ศาลจำนวนหนึ่ง ซึ่งคำสั่งศาลให้ดำเนินการจัดการของเสียทั้ง 5 อาคารออกไปให้หมด และส่วนที่เป็นบ่อดินที่ทางกรมโรงงานฯไปขอให้ศาลมีคำสั่งเอาไปกำจัดด้วย เนื่องจากสามารถไหลไปปนเปื้อนนอกโรงงานได้ ส่วนที่ 2 คือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อชาวบ้าน และสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ผ่านกระบวนการของศาลมีคำตัดสินมาแล้ว แต่ว่าเท่าที่ทราบยังไม่มีการชดใช้ค่าเสียหายเลย
ซึ่งทางกรมโรงงานฯ และกระทรวงทรีพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการหารือมาโดยตลอด ซึ่งใน พ.ร.บ.โรงงานฯ ไม่มีมาตราไหนเลยที่พูดถึงการเยียวยาชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงที่มาของเงินที่จะมาใช้ฟื้นฟูเนื่องมาจากการประกอบกิจการโรงงาน ซึ่งภายในปีนี้ก็จะมีการเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และรัฐบาล ซึ่งจะเพิ่มมาตราที่ว่าด้วยกองทุนอุตสาหกรรมบนหลักประกันความเสียหาย ซึ่งจำเป็นต้องมีโดยเฉพาะโรงงานแห่งนี้ ชาวบ้านเดือดร้อนมานานกว่า 8 ปีแล้ว จะต้องแก้ไขปัญหาให้รวดเร็ว เพื่อไม่ให้ความเสียหายมากขึ้น อย่างไรก็ตามถือว่าเป็นบทเรียนการพัฒนาประเทศ ซึ่งที่สหรัฐก็ประสบปัญหาดังกล่าว ได้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และมีงบประมาณของรัฐมาช่วยฟื้นฟูระยะแรก หลังจากนั้นจึงสงบ ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวไม่อยากให้เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าว ก็มีเกิดขึ้นให้เห็นในหลายพื้นที่
ซึ่งทางผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมรับแล้ว และได้ทำงานร่วมกันกับ ทช. เพื่อแก้ไขปัญหาซึ่งกากของเสียปนเปื้อนไม่ได้อยู่เฉพาะในโรงงาน แต่มันปนปื้อนออกไปข้างนอก ส่วนปัญหาน้ำเสียจากบ่อบำบัดของโรงงานแห่งนี้ ไหลลงไปส่งกระทบพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านได้รับความเสียหาย ซึ่งทางกรมโรงงานฯ สงสัยในตัวของโรงงานในช่วงกลางคืน ไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังมีการเทลงไปหรือไม่ หรือเป็นไปได้หรือไม่ว่ามีการรั่วซึม โดยบ่อบำบัดน้ำเสียก่อนการบำบัดความเป็นกรดยังไม่ต่ำเท่ากับหลังบำบัดแล้ว กำลังสงสัยว่ามีการนำไปฝังใต้ดินหรือไม่ ซึ่งเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เคยมีการขุดดินขึ้นมาตรวจสอบพบความเป็นกรดต่ำ ไม่แน่ใจว่าจะมีการลักลอบกระทำการเช่นนั้นหรือไม่.
นายสนิท มณีศรี ชาวบ้านชุมชนหนองพวา กล่าวว่า ชาวบ้านที่มีพื้นที่ปลูกสวนทุเรียนติดโรงงานได้รับความเสียหายจากการที่บ่อบำบัดจากการไหลซึมลงบ่อกักเก็บน้ำของชาวสวน ทำต้นทุเรียนยืนต้นตายไปกว่า 2 ไร่ ทั้งนี้หลังคำสั่งศาลระยอง ได้มีบริษัทมารับกำจัดกากของเสียในโรงงาน มีการขุดบ่อเพื่อบำบัด แต่บ่อไม่มีการปูผ้าใบรองก้นบ่อ ก็ไปสูบน้ำที่มีความเป็นกรดลงมาใส่ ทำให้ซึมในดินไหลลงบ่อกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรของชาวสวนทำให้ต้นทุเรียนยืนต้นตาย ขณะที่อีกหลายต้นที่ยังไม่ตาย เจ้าของสวนก็ไม่กล้านำน้ำในบ่อกักเก็บมารด เนื่องจากเป็นกรด ซึ่งถ้ารดน้ำต้นทุเรียนก็ตายอยู่ดี วัดดวงเอาดีกว่า ส่วนบ่อบัดน้ำเสียของโรงงาน คันดินก็ติดกับบ่อกักเก็บน้ำ ช่วงหน้าฝนที่ผ่านมาน้ำในบ่อบำบัดได้ล้นทะลักลงมาในบ่อกักเก็บน้ำของชาวสวนทำให้น้ำเป็นกรด หญ้าขอบบ่อแห้งตายเกลี้ยง และน้ำในบ่อก็เป็นน้ำเสียมีกลิ่นเหม็นกระทบชาวบ้าน และโรงเรียนที่อยู่ใกล้ด้วย
ด้านนายสาโรจน์ สุวรรณวงศ์ ชาวบ้าวชุมชนหนองพวาอีกคน กล่าวว่า ตนมีพื้นที่การเกษตรติดกับโรงงานโดยผลกระทบที่ได้รับคือมีน้ำเสียจากโรงงานไหลลงมายังบ่อกักเก็บน้ำ ทำให้มีปลาตายยกบ่อ ซ้ำน้ำยังมีสีเหลือง และกลิ่นเหม็นด้วย ก่อนนี้มี 3 เดือนที่แล้ว ตนได้สูบน้ำเสียที่ปนเปื้อนในบ่อออกทั้งหมด ก่อนจะเติมปูนขาวเข้าไป แต่ก็ยังไม่สามารถใช้ได้ เพราะว่าพบว่าน้ำมีฟอง ซึ่งยังพบมีการปนเปื้อนอยู่ คาดว่าจะซึมมาในดิน.