สทน. ผนึกกำลัง 2 มหาวิทยาลัยดังโคราช ยกระดับอาหารถิ่นอีสานเพิ่มมูลค่าสู่ตลาดสากล ด้วยการฉายรังสี
วันที่ 12 มิ.ย.66 ที่ห้องประชุมสุวัจน์ ลิปตพัลลภ 2 ชั้น 3 อาคารยุพราชเบญจมงคล มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา ( มรภ.นม.) รศ.ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อม ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ,รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ( มรภ.นม.) ,รศ.ดร.อนันต์ ทองระอา อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ( มทส.) ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือเรื่อง การบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านงานวิจัย พัฒนานวัตกรรมและการใช้ประโยชน์ สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาหารฉายรังสีให้กับผู้ประกอบการ โดยจะทำงานร่วมกันทั้งในเรื่องการจัดฝึกอบรมให้ความรู้ การสร้างการยอมรับเรื่องประโยชน์ของการฉายรังสี โดย สทน.คาดหวังว่าประเทศไทยจะมีผลิตภัณฑ์อาหาร พื้นถิ่นฉายรังสีออกสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างมูลค่าให้กับอาหารพื้นถิ่นด้วยการฉายรังสี บรรยาย เรื่อง “กลยุทธ์การตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดมวลชน” “การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารชุมชน” ,เสวนา หัวข้อ “พัฒนาอาหารพื้นถิ่น สู่มาตรฐานสากล เพิ่มมูลค่า เศรษฐกิจชุมชน ด้วยเทคโนโลยีฉายรังสี” นำเสนอผลิตภัณฑ์ “แหนมสไลด์ แหนมตุ้มจิ๋ว” ตราสุทธิลักษณ์ ผลิตภัณฑ์เครื่องแกงไตปลาก้อนพร้อมปรุง ตรา บ้านบนนบ
รศ.ดร.พาสิทธิ์ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า จากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจสังคมและเทคโนโลยี ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจ มีการปรับตัว และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับธุรกิจมากขึ้น เพื่อให้ก้าวทันต่อการแข่งขันในตลาดโลก สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ "สทน." สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ จึงได้จัดทำโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างมูลค่าให้กับอาหารพื้นถิ่น ด้วยการฉายรังสี ขึ้น เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการรายย่อย ให้สามารถผลิตสินค้าและต่อยอดได้ในเชิงพาณิชย์ พร้อมทั้งมุ่งหวังให้อาหารพื้นถิ่นสามารถ สร้างงาน สร้างรายได้ที่มั่นคง เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ตามนโยบายของกระทรวงฯด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เรื่องการพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยุคใหม่ รวมทั้งตรงกับยุทธศาสตร์ในเรื่องการวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ของประเทศ และสร้างระบบนิเวศการวิจัย
รศ.ดร.ธวัชชัย ผู้อำนวยการ สทน. กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา สทน. ได้นำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ด้านการฉายรังสีอาหาร ลงไปส่งเสริมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตอาหารพื้นถิ่น และกลุ่มผู้ประกอบการ SME มาแล้วใน 3 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคเหนือ ซึ่งการจัดกิจกรรมทั้ง 3 ครั้ง ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้ประกอบการสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 432 ผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น ภาคกลาง 179 ผลิตภัณฑ์ภาคใต้ 122 ผลิตภัณฑ์ และภาคเหนือ 131 ผลิตภัณฑ์
ด้าน รศ.ดร.อดิศร อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เปิดเยว่า จังหวัดนครราชสีมา มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งในด้านอาหาร และภูมิปัญญาในการทำอาหาร มีอาหารหลายชนิดที่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวนครราชสีมา และควรค่าอย่างยิ่งในการอนุรักษ์ ส่งเสริม ต่อยอด สู่การสร้างอาชีพที่อาจเป็นได้ทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม ทั้งอาหารคาว อาหารหวาน และขนมท้องถิ่น ซึ่งมีศักยภาพเพียงพอในการเป็นจุดเด่นของจังหวัดนครราชสีมา เช่น น้ำพริกปลาฉลาด น้ำพริกหมูโคราช ไส้กรอกอีสาน ข้าวแผะ คั่วหมี่ หม่ำเนื้อ กุนเชียง ข้าวตังหน้าหมูหยอง ข้าวปาด ขนมหูช้าง ขนมผิงกระทิสด เป็นต้น การนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีการฉายรังสีมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพื้นถิ่น เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้อง ก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน และยังช่วยอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ก่อนที่จะสูญหายไป สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัย ที่มุ่งนำองค์ความรู้และนวัตกรรมที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยถ่ายทอดสู่ชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหา รวมถึงร่วมส่งเสริมให้แนวคิดแก่คนในชุมชนในการสร้างนวัตกรรมใหม่ จากวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น นำไปต่อยอดในภาคการผลิตเพื่อการจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับชุมชนต่อไป