ชาวจอหอ ทวงคืนที่สาธารณะศาลปู่ม่วง สู้คดีกับนายทุนนานกว่า 19 ปี เตรียมพัฒนาแลนด์มาร์คสายมู
วันที่ 14 ธ.ค.66 นายวีระพันธ์ ฉาบสันเทียะ นายช่างชำนาญงาน ฝ่ายรังวัด สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ดำเนินการรังวัดพร้อมปักหมุดใหม่กำหนดแนวเขตพื้นที่สาธารณะศาลปู่ม่วง ริมทางหลวง 205 ถ.สุรนารายณ์ เยื้องทางต่างระดับจอหอ โดยมีนายธัชธรรค์ชน มะเริงสิทธิ์ ประธานสภาเทศบาลตำบล (ทต.) จอหอ อ.เมือง นายอิต กระทุ่มกลาง อดีตผู้ใหญ่บ้านจอหอ หมู่ 3 นางมณีนุช รัตนชินกร ในฐานะกรรมการศาลปู่ม่วงและสมาชิกสภา (สท.) ทต.จอหอ และผู้นำชุมชนเป็นสักขีพยาน พร้อมขอความร่วมมือผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างที่มีพื้นที่ติดด้านทิศเหนือ ช่วยขนย้ายทรัพย์สินและรื้อสิ่งกีดขวางออก เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ทวงคืนที่สาธารณะ ผลรังวัดเบื้องต้นพบแนวเขตพื้นที่รวม 103 ตารางวา ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับขอบอาคารพาณิชย์
นายสมคิด ไชยณรงค์ ผู้ใหญ่บ้านจอหอ หมู่ 3 ต.จอหอ ในฐานะผู้นำชุมชนในพื้นที่พิพาท เปิดเผยว่า ไทม์ไลน์ ผู้อ้างสิทธิและมีสิ่งปลูกสร้างเกิดขึ้นบนที่ดินตั้งแต่ปี 2547 จึงได้ร้องเรียนพร้อมตรวจสอบรังวัด ต่อมาผู้บุกรุกเป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรม เพื่อต้องการครอบครองที่ดินบางส่วน จนกระทั่งมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้อง เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2556 แต่ ทต.จอหอ มิได้รื้อถอนออกทั้งหมด เป็นเวลากว่า 19 ปี ที่ดินพิพาทยังถูกบุกรุก ชาวบ้านได้ร่วมแรงร่วมใจต่อสู้กับความไม่ชอบมาพากล เพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณะผืนนี้ เราพยายามร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตลอด แต่ถูกเล่ห์เหลี่ยมจากผู้รู้ช่องทางกฎหมาย ทำให้ปัญหายืดเยื้อ ล่าสุดสามารถทวงคืนที่สาธารณะกลับคืนได้มาตามขั้นตอนกระบวนการกฎหมาย ชาวจอหอรู้สึกยินดีและมีเป้าหมายพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์รอบศาลปู่ม่วงให้เป็นพื้นที่ศาลาประชาคมใช้สอยประโยชน์ร่วมกันใน ทั้งจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ให้กับชาวบ้านกว่า 2 พันครัวเรือน ในอนาคตมีแนวทางปรับปรุงให้เป็นแลนมาร์คสำหรับนักแสวงบุญ สายมูมากราบไหว้สักการะปู่ม่วง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นคึกคักมากขึ้น