เกษตรกรรัตนวาปี ปลูกทุเรียนหมอนทอง ผลผลิตลอตแรกขายหมดกว่า 100 กก.

ข่าวทั่วไทย19 พ.ค. 2567 • 18:14 น.โดย พัลลภ แสงทอง
เกษตรกรรัตนวาปี ปลูกทุเรียนหมอนทอง ผลผลิตลอตแรกขายหมดกว่า 100 กก.

วันที่ 19 พ.ค.67 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนทุเรียนของ นายสฤษดิ์ คำหอม อายุ 68 ปี และ นางลำปาง คำหอม 62 ปี บ้านยางชุม ต.นาทับไฮ อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย ประสบความสำเร็จในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ บนพื้นที่ทั้งหมดกว่า 30 ไร่ ได้แบ่งพื้นที่ปลูกพืชแบบผสมผสาน อาทิ ทุเรียน เงาะ มังคุด กล้วย ขุดสระเลี้ยงปลา และนำน้ำในสระมาใช้รดต้นไม้เก็บเกี่ยวผลผลิตตลอดทั้งปี โดยทั้งคู่ได้พาทีมข่าวเดินชมภายในสวนที่ปลูกพืชผสมผสาน มีการขุดสระ ขุดร่องน้ำ ซึ่งพื้นที่ภายในสวนน่าอยู่มาก ปลูกทุกอย่างหากมีพื้นที่ว่างดูแลพื้นที่เป็นอย่างดี

นายสฤษดิ์ กล่าวว่า เมื่อก่อนตนเป็นเกษตรกรทำนามาทั้งชีวิต ตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ ก็ประสบปัญหาทั้งราคาข้าวที่ตกต่ำ ราคาปุ๋ยที่แพงขึ้นทุกปี จนเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2562 จึงตัดสินใจอยากลองปลูกพืชใหม่ๆ บ้าง จึงเปลี่ยนจากทำนามาปลูกไม้ผล โดยที่ดินแปลงนี้มีพื้นที่กว่า 30 ไร่ แบ่งเป็นขุดสระ 2 ไร่ ขุดร่องน้ำ 3 ไร่ ปลูกทุเรียน 15 ไร่ ปลูกเงาะ 10 ไร่ กล้วย 2 ไร่ พื้นที่อยู่เป็นอาศัยประมาณ 2 ไร่ มังคุดปลูกแซมในสวนทุเรียน พันธุ์ทุเรียนก็หาซื้อตามตลาดนัด ไม่ได้มีแหล่งซื้อเฉพาะเจาะจง ซื้อมาปลูกทีละ 5 ต้น 10 ต้น มีหลายพันธุ์ผสมกันไป เช่น ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ทุเรียนพันธุ์มูซานคิง ทุเรียนพันธุ์หลงลับแล ทุเรียนพันธุ์พวงมณี แต่จะเน้นทุเรียนพันธุ์หมอนทองมากที่สุด ส่วนสายพันธุ์อื่นปลูก 4-5 ต้น พอได้ชิม 

เจ้าของสวน กล่าวต่อว่า หลังจากเริ่มปลูกทุเรียนมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 ปลูกไปตายไป เพราะไม่รู้วิธีการดูแลรักษา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าระบบส่งน้ำเขาทำกันยังไง ช่วงแรกก็ไปซื้อสายน้ำ PE สายเล็กๆ มาใช้ ประสบปัญหาน้ำไหลไม่เพียงพอ เปลี่ยนมาใช้ท่อ PVC 4 หุน ก็ยังประสบปัญหาน้ำไหลไม่เพียงพอเหมือนเดิม ต้นน้ำแรงปลายน้ำค่อย เปลี่ยนมาใช้ท่อ PVC 1 นิ้ว มาได้ระยะหนึ่งช่วงแรกก็ดี แต่พอต้นทุเรียนเริ่มโตก็ประสบปัญหาน้ำไม่เพียงพออีก จึงเปลี่ยนมาใช้ท่อ PVC 1.5 นิ้วแทน และใช้มาถึงปัจจุบันก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องน้ำอีก ลองผิดลองถูกด้วยตนเองมาตลอด เพราะไม่รู้จะไปปรึกษาใคร ตนเองก็ปลูกทุเรียนเป็นครั้งแรก แถวนี้ก็ไม่มีใครปลูกทุเรียน ส่วนใหญ่จะทำนาข้าว ทำสวนยางพารา และไร่มันสำปะหลัง

เจ้าของสวน กล่าวถึงการดูแลรักษาทุเรียนว่า ช่วง 3 ปีแรก ยอมรับว่าดูแลยากมาก ประสบปัญหาทั้งดินเป็นกรดเป็นด่าง น้ำไม่เพียงพอยืนต้นตายทั้งแถวก็มี ตายเยอะมาก เพราะไม่มีประสบการณ์ด้านนี้เลย เรียนรู้ด้วยตนเองทุกอย่าง ต้นไหนตายก็ซื้อมาปลูกทดแทน ตามตลาดนัด ฉีดยาฆ่าแมลงช่วงแรกเพื่อไม่ให้แมลงมารบกวน ช่วงเจริญเติบโต ให้น้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ผ่านระบบสปริงเกอร์ ปุ๋ยครั้งแรกใช้ปุ๋ยเคมีทุเรียนตาย จึงเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์เคมีถึงโตมาถึงทุกวันนี้ ส่วนช่วงที่ดูแลยากก็ 1-3 ปี หลังจากนั้นก็ดูแลง่ายแล้ว นายสฤษดิ์ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ค.67 ที่ผ่านมาได้เก็บเกี่ยวผลผลิตชุดแรกได้ทุเรียนกว่า 100 กิโลกรัม ส่งขายให้กับลูกค้าที่สั่งจองไว้ก่อนหน้าที่ลูกจะสุก กิโลกรัมละ 150 บาท ลูกหนึ่งก็หนักประมาณ 3-5 กิโลกรัม ตอนนี้ไม่พอขาย มีลูกค้าสั่งจองอีกจำนวนมาก ลูกค้าตอบกลับมาว่ารสชาติหอมหวานเนื้อกรอบ พูใหญ่ เนื้อแห้งเม็ดเล็ก ที่สวนมีทุเรียนรวมกันประมาณ 300 กว่าต้น ปลูกมาได้ 5-6 ปี ปีนี้ได้ผลผลิตเป็นปีแรก ผลตอบรับดีเกินคาด และตอนนี้กำลังเร่งปลูกทุเรียนแทนเงาะทั้งหมด เจ้าของสวน กล่าวว่า ส่วนต้นมังคุดที่ปลูกแซมไปกับต้นทุเรียนปีนี้ ล่าสุดก็ออกลูกแล้ว แต่ยังไม่ได้ขาย เพราะเป็นปีแรก ออกลูก 4 ต้น ลองชิมดูก็มีรสชาติหอมหวานอร่อยดี คาดว่าปีหน้าน่าจะได้ผลผลิตเยอะพอสมควร ตั้งแต่ปลูกพืชผสมผสานมาใช้เงินลงทุนไป ทั้งหมด 1,130,000 บาท เพราะจดรายการค่าใช้จ่ายไว้ตลอด แต่ไม่ใช่เป็นเงินก้อน เป็นการทยอยจ่าย ที่หนักสุดคือระบบน้ำ เปลี่ยนท่อไปหลายรอบ เพราะลองถูกลองผิดกับตัวเอง ลงทุนไปกับระบบน้ำกว่า 2-3 แสนบาท กลางคืนลูกชาย จะมานอนเฝ้าสวน ตอนนี้ไฟฟ้ายังเข้ามาไม่ถึงก็ต้องใช้ไฟจากระบบโซลาร์เซลล์เป็นการลงทุนอีกครั้ง หลักๆคือใช้ปั๊มสูบน้ำขึ้นแท็งก์พักน้ำ แล้วปล่อยน้ำตามเวลา