อ่างทอง ตาย 1 เจ็บ 5 ขอความร่วมมือเล่นสงกรานต์อย่างปลอดภัย ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย
วันที่ 13 เม.ย.66 ที่ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง นายศักดิ์ดา บรรดาศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทองเป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2566 โดยมีนายบรรจง โพธิวงค์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอ่างทอง ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดอ่างทอง รายงานผลปฏิบัติการและรายงานสถิติอุบัติเหตุประจำวัน พร้อมด้วยคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดอ่างทอง หน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเข้าร่วมประชุมรายงานผลการปฏิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ประชุมจะนำข้อสั่งการตลอดจนการวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่จังหวัดอ่างทองเพื่อกำหนดแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2566
สำหรับสถิติการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่จังหวัดอ่างทองประจำวันที่ 12 เมษายน 2566 (วันที่ 2 ของเทศกาล) เกิดอุบัติเหตุ จำนวน 3 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ จำนวน 3 ราย (ชาย 3 ราย) ไม่มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอแสวงหา และอำเภอไชโย รวมสถิติการเกิดอุบัติเหตุสะสม 2 วัน เกิดอุบัติเหตุ 5 ครั้ง บาดเจ็บ 5 คน (ชาย 5 คน) เสียชีวิต 1 ราย (เพศชาย) โดยมีสาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดจาก ไม่สวมหมวกนิรภัย ขับรถเร็วเกินกำหนด ขับรถย้อนศร และตัดหน้ากระชั้นชิด
ในการนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทองได้กำชับขอความร่วมมือประชาชนเล่นสงกรานต์ด้วยความปลอดภัย หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำบนท้องถนนที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น และปฏิบัติตามกฎหมายในพื้นที่สาธารณะที่มีการจัดกิจกรรมสงกรานต์ การดื่มสุรา แต่งกายเหมาะสมไม่โป๊เปลือย และห้ามมิให้ใช้ปืนฉีดน้ำขนาดใหญ่ ควรระวังในการสาดน้ำผู้อื่นโดยที่ไม่ยินยอมพร้อมใจซึ่งมีความผิดทางกฎหมาย ทั้งนี้ สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนโดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรเปิดไฟหน้ารถเพิ่มระยะการมองเห็นช่วยลดอุบัติเหตุโดยเฉพาะช่วงเวลาพลบค่ำและกลางคืน ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ควรมีความพร้อมทั้งร่างกายและยานพาหนะในการขับขี่ และควรทำประกันภัย พ.ร.บ.เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ได้กำชับทุกจุดตรวจให้ตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ขับขี่ตรวจวัดแอลกอฮอล์ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จริงจัง และต่อเนื่องโดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน พร้อมทั้งเน้นย้ำให้มีการติดตั้งสัญญาณไฟกะพริบในทุกเส้นทางที่มีการก่อสร้างเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนป้องกันการเกิดอุบัติเหตุต่อไป