'ผู้ว่าฯปู' ผุดไอเดีย ใช้บ่อทรายกักเก็บน้ำรับมรสุมลูกใหม่ หลังน้ำท่วมเสียหายแล้ว 5 อำเภอ
วันที่ 3 ต.ค.64 หลังจากหลายจังหวัดของประเทศไทยเกิดน้ำท่วมจากผลของพายุเตี้ยนหมู่และการระบายน้ำของกรมชลประทาน สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชานและพีชสวนไร่นาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ที่มีการระบายน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะจังหวัดอ่างทอง น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา และน้ำจากแม่น้ำน้อย ได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และนาข้าวที่ยังไม่เก็บเกี่ยว สร้างความเสียหายแล้ว 5 อำเภอ 36 ตำบล 143 หมู่บ้าน 3443 ครัวเรือน
นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดอ่างทอง ว่า ระดับน้ำโดยทั่วไปยังทรงตัวอยู่ แต่ยังมีจุดที่น่าเป็นห่วงคือศาลากลางยังต่ำกว่าระดับน้ำกว่า 70 ซม.นี้คือล่าสุดแต่น้ำยังสวิงอยู่ บางวันก็ 50 ซม. บางวันก็ 60 ซม.ซึ่งเช้าวันนี้ 70 ซม.ตอนนี้ข้อมูลที่ประสบอุทกภัย รวมทั้งสิ้น 5 อำเภอ 36 ตำบล 143 หมู่บ้าน 3443 ครัวเรือน พร้อมผุดไอเดียใช้บ่อทรายเก่ากักเก็บน้ำ ซึ่งอำเภอป่าโมก เพียงอำเภอเดียวมีพื้นที่บ่อทรายเก่ากว่า 2,500ไร่สามารถรับน้ำได้ถึง 2 ล้าน ลบ.เมตร
ผู้สื่อข่าวถามนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ต่อว่าให้พูดถึงการเตรียมการรับมือมรสุมที่จะเข้าไทยทางตอนเหนืออย่างไร ได้สั่งการให้ทุกอำเภอหาแหล่งกักเก็บน้ำเพิ่มเติม เช่นที่อำเภอป่าโมก ให้ไปประสานกิจการบ่อทราย ถ้าเป็นไปได้สามารถนำน้ำไปเก็บไว้ในบ่อทรายที่ไม่ได้ใช้การแล้ว ซึ่งวันนี้ติดต่อไว้หนึ่งราย น่าจะกักเก็บน้ำได้มากพอสมควร ส่วนอำเภอแสวงหา ได้ 2 รายสามารถรับมือพายุลูกใหม่ที่จะเข้ามาได้ แต่ผมไม่ห่วงเรื่องพายุ แต่ผมห่วงเรื่องการปล่อยมวลน้ำจากจังหวัดต่างๆเข้ามาและเขื่อนเจ้าพระยาก็ปล่อยน้ำมาให้เราอีก ซึ่งบอกตามตรงเลยว่าถ้าเป็นไปได้จังหวัดที่อยู่เหนือเรา เมื่อน้ำท่วมบรรเทาเบาบางลงแล้วช่วยปล่อยน้ำให้ค่อยๆสุดเฉยๆก็จะเป็นพระคุณอย่างสูง และตอนนี้บริเวณทุ่งอ่างทอง มีความเสียหายเกือบ 20,000 ไร่โดยส่วนนี้พยายามจะกู้วิกฤตกลับมาให้ได้ โดยหาแหล่งกักเก็บน้ำเพิ่มเติม จะทำให้เกษตรกรที่ได้รับความเสียหายน้อยกว่านี้ ในขณะนี้ประสบปัญหาน้ำท่วมขังเพิ่มมากขึ้น