ยโสธรพบจุดความร้อน 4จุดส่วนสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เพิ่ม57.4ไมโครกรัม
วันที่ 18 มี.ค.67 นายวิชัย ส่งเสริม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยโสธรเปิดเผยว่วสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดยโสธร ประจำวันที่ 18 มี.ค. 2567 ที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ บริเวณสวนสาธารณพญาแถน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร ซึ่งการตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง วัดได้ 57.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ(เกินค่ามาตรฐาน 37.5 มคก./ลบ.ม.) และประชาชนกลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกอาคาร หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองเมื่อออกนอกอาคารและจากการตรวจสอบจุดความร้อน จากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS ในพื้นที่จังหวัดยโสธร
ซึ่งตามการรายงานของ gistda เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 67 พบจุดความร้อน 4 จุด ในท้องที่อำเภอค้อวัง 1 จุด(พื้นที่เกษตรกรรม) อำเภอมหาชนะชัย 3 จุด(พื้นที่เกษตรกรรม) และพบจุดความร้อนจำนวนมากในประเทศเพื่อนบ้าน(ทิศตะวันออกและทิศตะวันออกเฉียงใต้) ซึ่งอยู่เหนือลม ในช่วงนี้ปริมาณฝุ่น PM2.5 ที่ตรวจวัดได้มีปริมาณเกินค่ามาตรฐานในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพต่อเนื่องหลายวัน สาเหตุสำคัญที่ทำให้ปริมาณฝุ่นในอากาศยังคงมีค่าสูง อาจเนื่องมาจากมีการเกิดฝุ่น ควัน จากแหล่งกำเนิดต่างๆ ทั้งจากการเผาไหม้ในที่โล่งขนาดใหญ่จนเกิดจุดความร้อนและพื้นที่เผาไหม้ขนาดเล็กที่เซนเซอร์ของดาวเทียมตรวจจับไม่ได้ (<375 ตร.ม.หรือประมาณพื้นที่ 1 งาน) แต่ก่อให้เกิดฝุ่น ควัน เช่น เตาถ่าน เผากองขยะ การสุมไฟไล่ยุง โดยเฉพาะในช่วงตอนเย็น กลางคืน ของทุกวัน จะพบว่าบรรยากาศจะปกคลุมด้วยควันและฝุ่น ประกอบกับกระแสลมอ่อน(10-15 กม./ชม.) อัตราการระบายอากาศไม่ดี การเผาในที่โล่งจะส่งผลต่อคุณภาพอากาศมาก รวมทั้งมวลอากาศที่เคลื่อนมาปกคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกือบทุกจังหวัดมีปริมาณฝุ่นสะสมค่อนข้างมาก จึงพบมีค่าเกินมาตรฐานเกือบทุกพื้นที่ และเพื่อป้องกันควบคุมไม่ให้ปริมาณฝุ่นในอากาศเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง จึงขอความร่วมมืองดเผาในที่โล่งและงดกิจกรรมที่เป็นสาเหตุทำให้ปริมาณฝุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าสำหรับการพบจุดความร้อนอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธรตรวจพบ 3 จุดแหละอำเภอค้อวัง 1 จุด ส่วนอีก 7 อำเภอของจังหวัดยโสธรไม่มีจุดความร้อนแต่อย่างใด