พ่อเมืองกรุงเก่า ลงพื้นที่ตำบลปากจั่น นครหลวง เร่งส่งเสริมปลูกข้าวโพดสู้ภัยแล้ง

ข่าวทั่วไทย9 ก.พ. 2564 • 06:05 น.
พ่อเมืองกรุงเก่า ลงพื้นที่ตำบลปากจั่น นครหลวง เร่งส่งเสริมปลูกข้าวโพดสู้ภัยแล้ง
พ่อเมืองกรุงเก่า ลงพื้นที่ตำบลปากจั่น นครหลวง เร่งส่งเสริมปลูกข้าวโพดสู้ภัยแล้ง นำชาวบ้านปากจั่น เลิกทำนาปรัง หันปลูกข้าวโพดส่งโรงงานสร้างรายได้เกษตรกรฤดูแล้ง วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ หมู่ 3 ต.ปากจั่น อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา นายภานุ แย้มศรี ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่เยี่ยม เกษตรกรที่ทำการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คิดที่จะปลูกข้าวนาปรังต่อเนื่อง ปรากฏว่าประสบปัญหาไม่มีน้ำทำนา ชลประทานไม่สามารถสูบน้ำเข้าไปยังพื้นที่นาได้ กลายเป็นปัญหาใหญ่ของเกษตรกรที่มองหาทางรอด กระทั่งนายสุเทพ บุญแจ้ง กำนันแหนบทอง ต.ปากจั่น ได้มีการหารือกับทางผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ ที่รับซื้อข้าวโพด ให้มาทำการวิจัยพื้นที่ในตำบลปากจั่นเป็นเวลานานนับปี จนสามารถพัฒนาพันธุ์เมล็ดข้าวโพด เหมาะกับการปลูกในพื้นที่ ต.ปากจั่นได้ ซึ่งเบื้องต้นได้ชักชวนเกษตรกรรวมกลุ่มปลูก และเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการแปรสภาพพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังไปปลุกข้าวโพดแทน ปรากฏว่ามีเกษตรสนใจจำนวนมาก ทำการปลูกข้าวโพดแล้วหลายราย ในพื้นที่ ม.3 ต.ปากจั่น อ.นครหลวง จำนวน 600 กว่าไร่ และที่ ม.4 ต.หนองปลิง อ.ภาชี อีกกว่า 100 ไร่ โดยเริ่มลงมือปลูกมาแล้วเป็นเวลา 1 เดือดเศษ ต้นข้าวโพดขึ้นงอกงามอย่างดี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า เกษตรกรได้ทำพืชเสริม เป็นการทำตามนโยบายของรัฐบาล โดยชาวบ้านได้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เนื่องจากใช้น้ำน้อยมาก ซึ่งเกษตรกรต้องมีความมั่นใจว่าจะได้ผลตอบแทน ซึ่งทางเกษตรอำเภอและกำนันท้องที่ ได้ทดลองทำเป็นเกษตรกรก้าวหน้าก่อน และสร้างความมั่นใจให้เกษตรกร เกษตรกรเองต้องมีความพร้อม โดยมีแหล่งน้ำของเกษตรกรที่กักไว้ในพื้นที่ แนวทางที่ดีเช่นนี้จะทำการขยายไปยังอำเภออื่นๆ โดยให้มีการเก็บข้อมูลในการลงทุนและการขาย การปรับปรุงหลังเก็บเกี่ยวข้าวโพดแล้ว สามารถนำไปเป็นสารปรับปรุงดินได้ มีความคุ้มค่า มีรายได้สร้างเสริมให้ครอบครัวได้ในช่วงภัยแล้ง นายสุเทพ กล่าวว่าตนเคยชวนเกษตรกรปลูกทุ่งทานตะวันมาแล้ว เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นการปรับพื้นที่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน มาครั้งนี้นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีนโยบายให้เกษตรกรลดการทำนาปรังเนื่องจากน้ำน้อย และหาพืชอื่นมาทดแทน อีกทั้งยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ตนจึงได้หารือกับผู้ประกอบการในเครือเจริญโภคภัณท์ ทำการวิจัยและหาพันธุ์ข้าวโพดที่เหมาะสมมาปลูก ตามโครงการปลูกพืชทางเลือก สู้วิกฤตภัยแล้งและสร้างรายได้เกษตรกร ที่สำคัญคือลดการเผาตอซังข้าว คาดว่าปลายเดือนเมษายน 64 นี้ก็จะสามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว และขณะเดียวกันก็ยังส่งเสริมการปลูกข้าวในส่วนที่ยังปลูกได้ โดยเกษตรกรลงขันในการสูบน้ำในช่วงฤดูแล้งด้วย ด้านนายรักชอบ ไชยภักดิ์ นักบริหารธุรกิจเกษตรครบวงจรเครือเจริญโภคภัณท์ เปิดเผยว่า บริษัทมีแนวคิดในเรื่องการพัฒนาการเพาะปลูกให้กับเกษตรกรอยู่แล้ว ในการส่งเสริม 365 วันเกษตรกรคือคู่ชีวิต รับซื้อผลผลิตและช่วยเหลือแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการให้คำแนะนำ ปุ๋ย การปลุก การพัฒนา ทางบริษัทจะเข้าไปเชื่อมโยงหาแหล่งเงินทุน ส่งเสริมการผลิต และรับซื้อคืนผลผลิตข้าวโพดทุกเมล็ด ทั้งที้การที่เกษตรกรเปลี่ยนรูปแบบการปลูกพืช เนื่องจากมีความเชื่อมั่นผู้นำคือกำนันนั่นเอง เชื่อว่าจะขยายการปลูกข้าวโพดไปในหลายท้องที่ลดการทำนาปรังในบางพื้นที่ช่วงแล้งได้ นายประทีป บุญแจ้ง เกษตรกรที่เคยปลูกนาปรัง ตอนนี้หันมาปลูกข้าวโพด เนื่องจากเห็นว่าการทำนาที่ผ่านมาใช้น้ำมาก อีกทั้งยังเกิดโรคแมลงเยอะมาก ได้รับคำแนะนำจากกำนันสุเทพ จึงหันมาปลูกข้าวโพดหลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปี ซึ่งปลูกในพื้นที่ 20 ไร่ เริ่มมาแล้ว 1 เดือน ต้นข้าวโพดขึ้นแข็งแรงดี ยังไม่มีศัตรูพืชมารบกวน เนื่องจากศัตรูพืชคนละตัวกัน กับต้นข้าว ที่สำคัญไม่กังวลเรื่องการใช้น้ำ เป็นการหนีน้ำแล้ง ใช้น้ำแค่ 500 คิวต่อไร่ ขณะที่นาปลุกข้าวใช้ 1200 คิวต่อไร่ และเมื่อถึงฤดูทำนาก็จะปรับทำนาปีตามปกติ เชื่อว่าจะเป็นทางรอดของเกษตรกรในช่วงแล้งนี้ได้อย่างแน่นอน