- โฆษณา -

สหกรณ์ตราดดันเงาะสีทองสู่ดูไบ รับมือตลาดเวียดนามแข่งเดือด

ข่าวทั่วไทย30 เม.ย. 2568 • 10:07 น.
สหกรณ์ตราดดันเงาะสีทองสู่ดูไบ รับมือตลาดเวียดนามแข่งเดือด

สหกรณ์บ้านเงาะตราด ส่งเงาะตราดสีทอง ลุยตลาดดูไบ เพิ่มโอกาสขยายตลาดผลไม้ หลังตลาดหลักประเทศเวียดนาม มีการแข่งขันสู้ มั่นใจเงาะตราด มีคุณภาพลุยดูไบได้

วันที่ 30 เม.ย.68 นายธนภัทร จาวินัจ ผู้จัดการสหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคการเกษตรจังหวัดตราด (บ้านเงาะตราด) นางสาววรรณพร บัณทิตภูวนนท์ สหกรณ์จังหวัดตราด นางชนัญกาญจน์  บัญญวัตวิวัฒน์ เกษตรอำเภอเขาสมิง พร้อมเจ้าหน้าที่ เดินทางไปยังสวนเงาะของนางอุไร ละม่อน ต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด เพื่อติดตามการเก็บเกี่ยวผลผลิตเงาะพันธุ์ตราดสีทอง รุ่นแรก ปีฤดูกาลการ 2568 เพื่อตรวจสอบคุณภาพผลผลิต ก่อนที่จะส่งเงาะพันธุ์สีทองไปยังนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ร่วมงานแสดงสินค้าเกษตรและผลไม้จากประเทศไทย เพื่อเปิดตลาดประเทศในแถบเอเชียตะวันออกกลาง

- โฆษณา -

นายธนภัทร กล่าวว่า แม้การส่งออกผลไม้ไทยไปยังดูไบจะไม่ใช่เรื่องใหม่ มีหลายเอกชนหลายเจ้าส่งออกไปบ้างแล้ว แต่ในปี 2568 นี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ “ระบบสหกรณ์” จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการส่งออกอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในกลุ่มผลไม้ “เงาะไทย” ที่กำลังถูกผลักดันให้เป็นตัวแทนสินค้าคุณภาพของเกษตรกรภาคตะวันออก 

ผู้จัดการสหกรณ์ฯ ยังกล่าวอีกว่า สหกรณ์ส่งเสริมธุรกิจภาคการเกษตรจังหวัดตราด (บ้านเงาะตราด) ได้รับโอกาสจากกรมการค้าภายใน ให้มีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดดูไบ ซึ่งอาจเป็นโอกาสใหม่ในการขยายช่องทางจำหน่ายผลผลิตของสมาชิกผ่านระบบสหกรณ์โดยตรง  ซึ่งก่อนหน้านี้ตลาดหลักของสหกรณ์ฯ อยู่ที่เวียดนาม แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันที่สูง ทำให้สหกรณ์ต้องเร่งหาตลาดทางเลือกใหม่ ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงและรักษาราคาผลผลิต

ขณะที่นางสาววรรณพร  มองว่า ตลาดดูไบ ที่มีศักยภาพสูงในการนำเข้าผลไม้ไทย เพราะผลไม้ไทยมีคุณภาพดี ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคในต่างประเทศ การนำสินค้าไปทดลองจำหน่ายครั้งนี้ ไม่เพียงแค่เงาะและมังคุดเท่านั้น แต่ยังมีผลไม้ชนิดอื่น ๆ ร่วมด้วย นอกจากนี้แล้ว กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังมีแผนร่วมกับเครือข่ายสหกรณ์ นำผลไม้คุณภาพดีจำหน่ายภายในประเทศด้วย โดยจะเริ่มจากการทำ "แพ็กเกจขนาดเล็ก" เพื่อให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคในกรุงเทพฯ ที่นิยมบริโภคในปริมาณไม่มากในแต่ละครั้ง โดยในหนึ่งแพ็กเกจจะรวมผลไม้หลายชนิดไว้ด้วยกัน และจะเป็นปีแรกที่เริ่มโครงการ โดยตั้งใจให้ผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานครได้เป็นกลุ่มต้นแบบในการทดลองชิมผลไม้คุณภาพเทียบเท่าสินค้าส่งออก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าสหกรณ์ไทย

ขณะเดียวกันในปี้มีผลผลิตมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตภาคตะวันออก ต้องยอมรับว่า ราคาผลผลิตอาจปรับลดลงตามกลไกตลาด แต่ทางสหกรณ์ยังคงเดินหน้าส่งเสริมให้สมาชิกผลิตเงาะที่มีคุณภาพ พร้อมขายผ่านระบบที่ช่วยให้เข้าถึงราคาดีและตลาดที่เหมาะสม รวมไปถึงพฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนไปสหกรณ์เริ่มเปลี่ยนรูปแบบการจำหน่าย จาก “หีบใหญ่” มาสู่ “แพ็คเล็ก” ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในเมือง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ต้องการซื้อเงาะเป็นกิโลกรัม แต่เน้นปริมาณเล็ก ๆ เช่น 5–10 ลูกต่อแพ็ค พร้อมคัดคุณภาพทุก