บุญกุศลยิ่งใหญ่!! แม่เปิดใจลูกชายบริจาคอวัยวะ ช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ได้ 7 คน
เปิดใจ!! แม่อดีตพยาบาลบริจาคอวัยวะลูกชายประสบอุบัติเหตุสมองตาย ช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ได้ 7 คน ถือว่าทำบุญกุศลยิ่งใหญ่ครั้งสุดท้าย เผยจบปริญญาโทตั้งใจจะบวชหลังปีใหม่ ชีวิตเหมือนถูกกำหนด เกิดวันอังคารตายวันอังคาร
เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.65 ที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ 4 ตำบลท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ซึ่งเป็นบ้านงานบำเพ็ญกุศลศพของนายธนภัทร ชุมวรฐายี อายุ 28 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุสมองตายเสียชีวิตพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ แล้วครอบครัวบริจาคอวัยวะสำคัญของร่างกายเพื่อให้แพทย์นำไปปลูกถ่ายช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยรายอื่นๆ ได้อีก 7 คน
โดยบ้านที่บำเพ็ญกุลศพอยู่ติดกับถนนคอนกรีตเข้าหมู่บ้าน มีพวงหรีดจากประชาชน หน่วยงานราชการ บุคคลสำคัญมาวางไว้อาลัยจำนวนมาก ด้านข้างต่อเป็นร้านกาแฟ ด้านหลังทำเป็นลานปาล์มรับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมันจากเกษตรกรในพื้นที่ และด้านหลังใช้จัดทำเป็นโรงครัวสำหรับจัดทำอาหารเลี้ยงแขกที่มาร่วมฟังพระสวดอภิธรรม โดยกำหนดฌาปนกิจวันที่ 22 ธันวาคม 2565 เวลา 13.00 น. ณ วัดเทพเจริญ
ผู้สื่อข่าวพบกับ นางชูจิตร ภักตรมาศ (อ่าน พักตะระมาด) อายุ 57 ปี อดีตพยาบาลโรงพยาบาลส่งเสริมประจำตำบลท่าข้าม นั่งอยู่ที่หน้าโลงศพลูกชายด้วยใบหน้าที่อิดโรย ซึ่งเป็นมารดาของ นายธนภัทร ชุมวรฐายี ผู้เสียชีวิต ส่วนผู้เป็นบิดาคือ นายณรงคฺ ชุมวรฐานยี อายุ 63 ปี ปัจจุบันเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าข้าม เดินทางไปที่อำเภอท่าแซะ เพื่อติดต่อเกี่ยวกับเเอกสารการเสียชีวิตของลูกชาย
นางชูจิตร อดีตพยาบาล กล่าวว่า ตนลาออกจากราชการได้ 8 ปีแล้ว มีบุตรชาย 2 คน ผู้ตายเป็นบุตรคนโต เรียนจบปริญญาโท และน้องชายอายุ 26 ปี กำลังเรียนเภสัชกรอยู่ที่กรุงเทพฯ ตอนนี้ตนทำใจได้แล้วกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนเกิดเหตุลูกชายได้เดินทางไปรับน้องชายซึ่งเรียนเภสัชกรรมที่กรุงเทพฯกลับบ้าน โดยมีเพื่อนสนิทเป็นคนขับ แล้วไปประสบอุบัติเหตุที่โค้งอ่างทอง ถนนเพชรเกษม จ.ประจวบคีรีขันธ์
นางชูจิตรกล่าวว่าลูกชายที่ประสบอุบัติเหตุส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งตนได้พบกับนายแพทย์ อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการ ซึ่งตนรู้จักเคยปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันสมัยท่านเป็น ผอ.อยู่โรงพยาบาลปะทิว จ.ชุมพร ท่านเป็นคนตั้งใจทำงาน เอาใจใส่ต่อผู้ป่วยทุกคน และทำงานเพื่อสังคม ซึ่งหลังได้พบและพูดคุยกับคณะแพทย์ทราบว่าลูกชายมีภาวะสมองตาย ใช้เครื่องช่วยการเต้นหัวใจ เพื่อรักษาอวัยวะไว้ ซึ่งไม่สามารถฟื้นตื่นขึ้นมาได้แล้ว แต่อวัยวะส่วนอื่น ๆยังใช้การได้ ตนจึงเอ่ยชื่อถึงลูกขอให้ลูกได้ทำบุญกุศลในครั้งสุดท้ายก่อนจากโลกนี้ไป ถือเป็นการทำกุศลอย่างยิ่งใหญ่ โดยขอบริจาคอวัยวะส่วนที่จะไปช่วยต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งสามีและคนในครอบครัวทุกคนก็เห็นด้วย อวัยวะของลูกชายสามารถนำไปช่วยต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ได้ถึง 7 คน และการผ่าตัดก็ทราบจากคณะแพทย์ว่าราบรื่นไม่มีอุปสรรคปัญหาใด ๆ สามารถนำอวัยวะไปปลูกถ่ายต่อให้กับผู้อื่นได้ทันตามเวลา
นางชูจิตร กล่าวอีกว่า ลูกชายที่เสียชีวิตปัจจุบันมีภรรยาแล้วมีลูกชายอายุ 2 ขวบ 1 คน อยู่บ้านหลังเดียวกัน ช่วยพ่อแม่ทำธุรกิจและเปิดร้านกาแฟ ลูกชายเป็นคนสนุกร่าเริง มองโลกในแง่ดี มีเพื่อนมาก หลังจากเรียนจบปริญญาโทแล้ว ได้ปรึกษากันว่าจะบวชหลังสิ้นปีใหม่นี้ แต่ยังไม่ได้กำหนดวัน และลูกชายเองก็เริ่มศึกษาธรรมเพื่อเตรียมตัวจะบวชแล้วเช่นกัน แต่ก็ไม่ทันได้บวช มาเสียชีวิตเสียก่อน ซึ่งลูกชายตนเกิดวันอังคารและเสียชีวิตวันอังคาร เกิดวันอังคารที่ 24 พฤษภาคม 2537 ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต วันอังคารที่ 13 ธันวาคม 2565 ซึ่งตนคิดว่าทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว ถึงตอนนี้ตนจึงทำใจได้
นางชูจิตร บอกฝากถึงทุกๆ คนด้วยว่า มนุษย์เรานั้น เมื่อเราตายแล้ว อวัยวะส่วนต่าง ๆ ที่ยังใช้ได้ก็ควรจะบริจาคหรืออุทิศร่างกาย เพื่อเป็นสะพานบุญ ส่งต่อไปช่วยชีวิตผู้อื่น ซึ่งถือเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล เพราะชีวิตเราสามารถช่วยเหลือต่อชีวิตให้ผู้อื่นให้ได้อยู่ทำประโยชน์ต่อสังคมได้อีกหลายชีวิต ซึ่งอวัยวะของลูกตนช่วยได้ 7 ชีวิต แต่บางคนอาจจะช่วยได้มากว่า 10 ชีวิตเลยทีเดียว