ทต.ศรีสตึก​ -​ ทช. เร่งขุดเจาะเปิดทางระบาย​ หลังน้ำท่วมขังบ้าน​ วัด​ ถนน​ ร่วมเดือน​ ยังไม่ลด

ข่าวทั่วไทย18 ส.ค. 2565 • 16:32 น.
 ทต.ศรีสตึก​ -​ ทช. เร่งขุดเจาะเปิดทางระบาย​ หลังน้ำท่วมขังบ้าน​ วัด​ ถนน​ ร่วมเดือน​ ยังไม่ลด

เทศบาลตำบลศรีสตึก  ร่วมกับทางหลวงชนบท​ จ.บุรีรัมย์  ระดม จนท.​ และรถแบล็กโฮ  เร่งขุดเจาะเปิดทางระบายน้ำ  หลังฝนตกหนักและน้ำจากที่สูงไหลสมทบเอ่อท่วมบ้านเรือนราษฎร  วัด และถนน​ เดือดร้อนนานร่วมเดือนยังไม่ลด​ เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี  เผยปัญหาเกิดจากชาวบ้านถมที่สร้างบ้านปิดท่อระบายและขวางทางน้ำ  

 (18 ส.ค.65)  เทศบาลตำบลศรีสตึก  อำเภอสตึก  จังหวัดบุรีรัมย์   ได้ระดมเจ้าหน้าที่และรถแบล็กโฮ  เร่งทำการขุดเจาะเปิดทางระบายน้ำบริเวณบ้านยางน้ำใส  ต.ศรีสตึก  อ.สตึก   หลังจากมีฝนตกหนักสะสมและน้ำจากพื้นที่สูงไหลมาสมทบ  ทำให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรเกือบ 10 หลังคาเรือน  วัด  และถนนทางเข้า-ออกหมู่บ้าน รถสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก  เดือดร้อนมานานเกือบ 1 เดือนแล้วเนื่องจากระดับน้ำไม่ลดลง        ซึ่งชาวบ้าน​ บอกว่า​ เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี ที่เจอปัญหาน้ำท่วมขังนานลักษณะนี้    คาดว่าน่าจะเกิดจากปัจจุบันมีการถมที่เพื่อสร้างอาคารบ้านเรือนเพิ่มมากขึ้น บางจุดก็ไปกีดขวางทางน้ำ และดินอาจไปปิดทับท่อระบายที่มีอยู่เดิมด้วย   ทำให้น้ำไม่สามารถไหลลงสู่ลำคลองธรรมชาติได้เป็นปกติ   ประกอบกับจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำด้วย   ดังนั้น​ หากมีการขุดเจาะเปิดทางระบายน้ำก็จะสามารถแก้ปัญหาน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ได้  ทั้งเป็นการเตรียมรับมือฝนและมวลน้ำที่จะไหลมาสมทบเพิ่มอีกด้วย  

        นายพงษ์ศักดิ์     โพธิ์ศรี   นายกเทศมนตรีตำบลศรีสตึก  กล่าวว่า   สาเหตุที่เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลศรีสตึก  เนื่องจากมีฝนตกสะสมประกอบกับน้ำไหลมาจากพื้นที่สูงคือบริเวณสนามบิน  อีกทั้งปัจจุบันประชาชนมีการถมที่สร้างอาคารบ้านเรือนกีดขวางทางน้ำ  และบางจุดก็ปิดทับท่อระบาย  ทำให้น้ำไม่สามารถระบายลงสู่ลำน้ำธรรมชาติได้   ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร  วัด  และถนนหลายสายในเขตตำบลศรีสตึกซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำ มาเป็นเวลานานร่วมเดือนแล้วแต่ระดับน้ำยังไม่ลด    
     

    นอกจากนั้น​ น้ำยังเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายอีกกว่า 2,000 ไร่   จากปัญหาดังกล่าวในเบื้องต้นทางเทศบาลฯ ก็ได้ประสานทางหลวงชนบท  เร่งหาแนวทางแก้ไขด้วยการขุดเจาะเปิดทางระบายน้ำ   เพื่อให้น้ำที่ท่วมขังอยู่ลดลงโดยเร็ว    ส่วนระยะยาวก็จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหาแนวทางดำเนินการป้องกันและแก้ไขอีกครั้ง