กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหาร งบประมาณสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่กาญจนบุรี

ข่าวทั่วไทย7 มี.ค. 2565 • 17:22 น.
กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหาร  งบประมาณสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่กาญจนบุรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่ 7 มีนาคม 2565 ที่ห้องประชุมแควใหญ่ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นายไชยา พรหมา ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง และคณะ ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและติดตามการดำเนินงานความคืบหน้าการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายเชื่อมต่อเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยมี นายสมหวัง บุญระยอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายอุดม เพชรคุต รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สส.กาญจนบุรี เขต 3 นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ นายก อบจ.กาญจนบุรี หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลการดำเนินงาน ทั้งนี้ นายไชยา พรหมา ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า " การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่ชายแดนกับการรองรับ AEC ซึ่งเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ จึงเห็นว่าควรจะมีแผนการรองรับในระหว่างการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไปถึงในอนาคต และสิ่งที่ประเทศไทยจะต้องเตรียมการรองรับก็คือด้านการคมนาคมมายังจังหวัดกาญจนบุรีและโครงการทวายโปรเจ็กต์ จึงได้มีการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการและการใช้งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรมาในโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ โดย ได้ติดตามในด้านการจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการทั้งการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษของจังหวัดกาญจนบุรี ในโครงการเศรษฐกิจพิเศษทวายเพื่อเชื่อมต่อเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก โครงการเศรษฐกิจพิเศษบ้านพุน้ำร้อนและความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารด่านศุลากรที่บ้านพุน้ำร้อน ด้านการคมนาคมได้แก่ โครงการมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-กาญจนบุรี และส่วนต่อขยายไปโครงการทวายโปรเจ็กต์ โครงการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางและภาคใต้ เชื่อมโยงกับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภายใต้กรอบ GMS เพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ซึ่งหน่วยงานที่ดำเนินการได้นำเสนอความคืบหน้าในการดำเนินการ ทั้งด้านการคมนาคมโครงการมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ในเส้น M 81 ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วกว่า 72% คาดว่าจะสามารถเปิดให้ใช้บริการได้ภายในปี 2566 นี้ หากดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถใช้เป็นเส้นทางหลักเชื่อมโยงในการขนส่งสินค้าจากชายแดนจังหวัดกาญจนบุรีไปยังภูมิภาคอื่นๆได้ ส่วนพื้นที่ด่านชายแดน ได้มีการตั้งส่วนของพื้นที่ที่ใช้ในราชการ ทั้งอาคารที่ทำการสำนักงานด่านศุลกากร ศูนย์ประสานงานเพื่อความมั่นคง นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการก่อสร้างที่ทำงานของส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านสาธารณูปโภค ทั้งระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ โครงข่ายคมนาคม เครือข่ายโทรคมนาคม และจุดจำหน่ายสินค้าในโครงการก่อสร้างตลาดการค้าชายแดนเพื่อขับเคลื่อนเศรษกิจอีกด้วย ด้าน นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ นายก อบจ.กาญจนบุรี ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า ทาง อบจ.กาญจนบุรี ขอสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับความล่าช้าในการดำเนินโครงการเพื่อเชื่อมโยงระบบลอจิสติกทุกระบบเชื่อต่อจากชายแดนกาญจนบุรีไปยังเขตเศษฐกิจภาคตะวันออกและสถานที่ต่างๆในประเทศ จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อการขนส่งสินค้าและการเดินทางของประชาชนได้อย่างรวดเร็วขึ้น ควรเสนอให้ทางรัฐบาลเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หลังจากนั้น นายไชยา พรหมา ในฐานะ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยเกี่ยวกับ สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดว่า ตอนนี้สถานการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดเริ่มกระจายไปอย่าง มาตรการในการให้บริการทางสาธารณสุขเพื่อเป็นการดูแลประชาชนให้ได้รับการบริการทางสาธารณสุขแบบถ้วนหน้า คือ บัตรทอง 30 บาทควรครอบคลุมทุกโรค เพราะประชาชนต้องได้รับการดูแลอย่างเสมอภาค รวมถึงการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการSME.รายย่อย กว่า 3 ล้านรายต้องได้รับการดูแลให้เข้าถึงแหล่งเงินต่างๆเพื่อให้เขามีกำลังในการต่อสู้ทางธุรกิจต่อไป