สถานการณ์ไข้เลือดออกชัยภูมิ พีคทะลุเป้า 16 อำเภอ เร่งรณรงค์ทำลายแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลาย
เมื่อวันที่ 18 ส.ค.66 นายแพทย์วัชระ บถพิบูลย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ไข้เลือดออกในจังหวัดชัยภูมิว่า ขณะนี้มีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกสะสมนับถึงวันนี้มากถึง 807 ราย ซึ่งมากกว่าการคาดหมายจากกรมควบคุมโรคที่คาดว่าตลอดปีนี้จังหวัดชัยภูมิจะมีผู้ป่วยเพียง 752 ราย ในขณะที่เวลาพึ่งผ่านมาเพียงครึ่งฤดูเท่านั้น โดยทั้ง 16 อำเภอของจังหวัดชัยภูมิมีเพียงบ้านเขว้าอำเภอเดียวที่เป็นสีเขียวมีผู้ป่วยเพียง 5 รายส่วนอำเภอที่มีผู้ป่วยมากที่สุดคืออำเภอเมืองชัยภูมิ มีถึง 168 ราย โชคดีที่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต
จากสถานการณ์ไข้เลือดออกระบาดรุนแรงนี้ จังหวัดชัยภูมิ โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วย อ.ส.ม. หน่วยงานราชการ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง และประชาชนทั้งจังหวัดชัยภูมิ ร่วมกันรณรงค์กำจัดลูกน้ำยุงลาย พ่นสารเคมีฆ่ายุงตัวเต็มวัย ทำลายแหล่งอาศัย และแหล่งน้ำที่ยุงสามารถวางไข่ได้ ตลอดจน การทำความสะอาดบริเวณบ้านพัก และสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลัก 3 เก็บ 3 โรค คือเก็บน้ำ เก็บขยะ เก็บบ้าน ส่วน 3 โรคได้แก่ โรคไข้เลือดออก โรคไข้ซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย สำหรับการแก้ปัญหานั้นทุกคนทำได้ง่ายๆเพียงปรับปรุงสภาพแวดล้อมรอบบ้านของตนเองให้สะอาด ปราศจากแหล่งน้ำที่ยุงจะไปไข่ ทำต่อเนื่องอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1ครั้ง จนกว่าจะถึงปลายฝนต้นหนาว
นายแพทย์วัชระ กล่าวต่อไปว่า ส่วนอาการของไข้เลือดออกคือมีไข้สูง รับประทานยาลดไข้แล้ว 1-2 วัน อาการไม่ดีขึ้น มีการปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว เหมือนไม่มีแรง ไม่อยากกินอาหาร ถ้าจะกินยาควรกินประเภทพาราเซตามอล ไม่ควรกินยาประเภทลดอักเสบ ไปพบแพทย์ทันทีเพื่อการรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็ว ส่วนกลุ่มวัยที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกมากที่สุดจากสถิติจะอยู่ที่ช่วงวัย 10-14 ปี รองลงไปอยู่ที่ 5-9 ปี แต่ไข้เลือดออกไม่ใช่โรคของเด็กเพียงกลุ่มเดียว ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง มีโรคประจำตัวหลายโรค ผู้มีน้ำหนักเกินก็ถือว่ายังน่าเป็นห่วงอยู่ ดังนั้นประชาชนทุกคนจึงควรป้องกันตนเอง และรับฟังข่าวสารเพื่อประโยชน์ของตนเองในการป้องกันและรักษาชีวิตให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บและมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย