ผอ.โรงพยาบาลขุนยวมประกาศเตือนปชช.ระวังงูเขียวหางไหม้กัดหลังพบผู้ป่วยเข้ารับการรักษาทุกวัน
วันที่ 19 พฤษภาคม 2567 นายแพทย์สุพัฒน์ ใจงาม ผอ.โรงพยาบาลขุนยวม อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ได้ประกาศแจ้งเตือนผ่านไปยัง ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.ในอ.ขุนยวม ให้แจ้งไปยังลูกบ้านในทุกพื้นที่ของอำเภอขุนยวม ให้ระมัดระวังการถูกงูเขียวหางไหม้กัด ซึ่งในช่วงนี้มีฝนตกทำให้งูเขียวหางไหม้และงูนานาชนิดออกหากินกบกินเขียดในเวลากลางคืน และพบมีผู้ป่วยถูกงูเขียวหางไหม้กัด และถูกส่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลทุกวัน โดยทางโรงพยาบาลได้ให้ยาต้านพิษแก่ผู้ป่วยทุกราย จึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังการถูกงูกัดไว้ด้วย
สำหรับ งูเขียวหางไหม้ เป็นงูที่อยู่ในสกุล Trimeresurus ในวงศ์งูแมวเซา (Viperidae)มีรูปร่างโดยรวม คือ มีหัวยาวมนใหญ่เป็นรูปสามเหลี่ยม คอเล็ก ตัวอ้วนสั้น ปลายหางมีสีแดง ลำตัวมีสีเขียวอมเหลืองสด บางตัวมีสีเขียวอมน้ำเงิน หางสีแดงสด บางตัวมีหางสีแดงคล้ำเกือบเป็นสีน้ำตาล อันเป็นที่มาของชื่อ จัดเป็นงูพิษอ่อน ผิดไปจากงูสกุลหรือชนิดอื่นในวงศ์เดียวกัน โดยผู้ที่ถูกกัดจะไม่ถึงกับเสียชีวิต นอกจากเสียแต่ว่ามีโรคหรืออาการอื่นแทรกแซง โดยผู้ที่ถูกกัดจะมีอาการปวดอย่างรุนแรงทันทีที่ถูกกัด แล้วค่อย ๆหายใน 5-6 ชั่วโมง บริเวณที่ถูกกัดจะบวมอย่างรวดเร็วในระยะ 3-4 วันแรก จากนั้นจะค่อย ๆ ยุบบวมในเวลา 5-7 วัน อาจจะมีเลือดออกจากรอยเขี้ยว แต่ไม่มาก หากมีอาการมากกว่านี้ถือว่าเป็นอาการหนัก
โดย งูเขียวหางไหม้ เป็นงูที่เลื้อยช้า ๆ ไม่รวดเร็ว มีนิสัยดุและฉกกัดเมื่อเข้าใกล้ ชอบอาศัยตามซอกชายคา, กองไม้, กระถางต้นไม้, กอหญ้า ออกหากินในเวลากลางคืนทั้งบนต้นไม้ และตามพื้นดินที่มีหญ้ารก ๆ โดยกิน นก, จิ้งจก, ตุ๊กแก, สัตว์ฟันแทะ รวมถึงสัตว์สะเทินบกสะเทินน้ำต่าง ๆ เป็นอาหาร ขณะเกาะนอนบนกิ่งไม้ จะใช้ลำตัวและหางรัดพันยึดกับกิ่งไม้ไว้ โดยปกติ เป็นงูที่ออกลูกเป็นตัวครั้งละประมาณ 8-12 ตัว แต่ก็มีบางชนิดเหมือนกันที่ออกลูกเป็นไข่