ผู้ว่าฯสตูลเรียกประชุมด่วน คณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัด หลังพบชาวโรฮิงญามีบัตรผู้ลี้ภัยจาก UN
สตูล//ผู้ว่าฯสตูลเรียกประชุมด่วน คณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัด หลังพบชาวโรฮิงญามีบัตรผู้ลี้ภัยจาก UN ขณะที่ทหารกองกำลังเทพสตรีลงติดตามประเมินแผนรักษาความมั่นคงชายแดนพร้อมรับว่าระยะนี้มีการทะลักเพิ่มขึ้นทางทะเล
.
ที่ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง ศาลากลางจังหวัดสตูล นายเอกรัฐ หลีเส็น (อ่านหลี-เส็น) ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลเป็นประธานประชุมด่วนคณะ อนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดสตูล ซึ่งมีทุกหน่วยที่รับผิดชอบ อาทิ พล.ต.วรเดช เดชรักษา ผบ.พล.ร.5/ ผบ.กกล.เทพสตรี ได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย พร้อม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ตำรวจ ทหาร อัยการจังหวัด กอ.รมน ศรชล
เพื่อติดตามสถานการณ์หลังพบชาวโรฮิงญา 59 คน ซึ่งมีทั้ง ผู้ชาย ผู้หญิงและเด็ก เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมาถูกทิ้งบนเกาะดง เขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา เพื่อซักซ้อมความเข้าใจขั้นตอนหลังเข้าช่วยเหลือ พร้อมสรุปปัญหาอุปสรรคและขั้นตอน
โดยหลังจากให้ความช่วยเหลือชาวโรฮิงญาทั้งหมดที่ติดเกาะมาพักที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 436 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล นั้นในขณะนี้เข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 คือการทำประวัติ การซักถาม เพื่อทำการคัดแยกเหยื่อจากการลักลอบเข้ามาทำงาน และจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าใน 25 คนจากทั้งหมด พกบัตรผู้ลี้ภัย จาก UN ซึ่งต้องมีการตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวตามบัตรหรือไม่ โดยเฉพาะสตรีและเด็กต้องมีการตรวจสอบ DNA เพื่อป้องกันการถูกลักลอบไปค้าประเวณีและขอทานในเด็ก
ทางจังหวัดสตูลคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการคัดแยกเป็นเวลา 1 เดือน หากพบว่าไม่ใช่ผู้ลักลอบเข้ามาขายแรงงานในประเทศไทย จะถูกคัดแยกส่งตัวกลับ โดยผู้ชายจะถูกส่งไปยังพื้นที่พักสำหรับเหยื่อค้ามนุษย์ที่จ.สงขลา และผู้หญิงบ้านศรีสุราษฏร์ธานี
ขณะที่ด้านทหาร พล.ต.วรเดช เดชรักษา ผบ.พล.ร.5/ ผบ.กกล.เทพสตรี ที่บินลงตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้าหลังพบชาวโรฮิงญาในพื้นที่จ.สตูล ระบุว่า ขณะนี้ขั้นตอนอยู่ในส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างดำเนินการมีขั้นมีตอนที่ชัดเจน โดยทางบกไม่ค่อยหน้าเป็นห่วงเท่าไหร่ ส่วนทางทะเลขณะนี้ต้องประสานทางระนอง ชุมพรต้องประสานกับทัพเรือภาคที่ 3 อยู่ ส่วนแนวโน้มพบว่าจะมีการทะลักเข้ามาเยอะในห้วงนี้เห็นได้จากการจับกุมเพิ่มมากขึ้น ขบวนการก็มีวิธีที่เล็ดรอดหลบหนีเจ้าหน้าที่ได้มากขึ้น โดยเฉพาะทางทะเลมากยิ่งขึ้น ซึ่งยังคงเน้นการสร้างเครือข่ายผู้นำในชุมชนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น มุ่งเน้นการปรับยุทธวิธีด้านกลางคืนบ้าง กลางวันบ้าง และเน้นไปที่การทำลายโครงสร้างเครือข่ายค้ามนุษย์ทั้งหมด
……………………………………………………………………………