พิธีบวงสรวง บายศรีสู่ขวัญปราสามข้าว เจดีย์ข้าวเปลือก งานบุญมหาชาติ
ที่วัดสิริบุญญาราม บ้านแก่งสนาม ต.วังไชย อ.บรบือ จ.มหาสารคาม ได้จัดงานบุญมหาชาติ ตระการปราสาทข้าว บุญข้าวคูณลาน ได้ทำพิธี บวงสรวง บายศรีสู่ขวัญปราสามข้าว เจดีย์ข้าวเปลือก โดยมีนายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ประธานในพิธี ด้วยคณะสงฆ์ตำบลวังไชย องค์การบริหารส่วนตำบลวังไชย สภาวัฒนธรรมตำบลวังไชย และญาติธรรมวัด สิริบุญญาราม ได้ร่วมแรงสามัคคีจัดทำปราสาทข้าว ซึ่งเริ่มต้นจากความศรัทธาแรงกล้าของญาติธรรมซึ่งมีอาชีพทำนาเป็นหลักได้ถวายข้าวในนาบุญครอบครัวละแปลงบ้าง ครึ่งแปลงบ้าง รวมเป็นหลายๆ แปลง เพื่อบูชาคุณพระ รัตนตรัย และบูชาพระแม่โพสพตามประเพณี เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว คณะสงฆ์และญาติธรรมได้ร่วมกันเก็บเกี่ยวข้าว ให้ศีล ให้พรในแปลงนาเป็นขวัญกําลังใจในการทำนา
บางครอบครัวเก็บเกี่ยวด้วยตนเองแล้วนํามัดข้าว ฟ้อนข้าวมา ถวาย เมื่อได้ข้าวเพียงพอแล้ว จึงได้ช่วยกันคัดเลือกรวงข้าว ทำความสะอาด มัดเป็นกําเล็กๆ นํามาถักร้อยเป็นแผง และนําขึ้นไปตกแต่งบนโครงอาคารที่ทไเป็นรูปทรงอาคารและกำแพงให้สวยงาม และเจดีย์ข้าวเปลือก มาจากยุ้งฉางของญาติธรรมที่มีความศรัทธาในพระรัตนตรัย ก่อนจะทำการเปิดยุ้งฉางเพื่อนําข้าวไปสีหรือไปขาย ก็นํามา ถวายพระสงฆ์เสียก่อน เรียกว่า ข้าวปากเล้า เมื่อรวมข้าวได้จำนวนมาก จึงได้เทก่อเป็นรูปเจดีย์ เรียกว่า เจดีย์ ข้าวเปลือก ใช้เวลาในการดำเนินการกว่า 2 เดือน จึงแล้วเสร็จ เพื่อให้เป็นบุญอันยิ่งใหญ่
จึงได้จัดงานบุญ มหาชาติ ตระการปราสาทข้าว บุญข้าวคูณลาน ประจําปี 2567 ขึ้น เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์และแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของตำบลวังไชย อ.บรบือ จ.มหาสารคาม อันเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธาสามัคคีของคณะสงฆ์ พุทธศาสนิกชนให้ปรากฏแก่คนทั่วไป เพื่อสมโภชปราสาทข้าว เจดีย์ข้าวเปลือก มีการเจริญพระพุทธมนต์ บวงสรวง บายศรีสู่ขวัญ เพื่อความเป็น สิริมงคลและเป็นขวัญกําลังใจแก่เกษตรกรชาวนา รักษา สืบทอดประเพณีอันดีงาม ตามฮีต 12 คอง 14 ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้
นายสมบัติ จันสม เป็น ไวยาวัจกรวัด กล่าวว่า จัดงานบุญมหาชาติ ตระการปราสาทข้าว บุญข้าวคูณลาน ในการจัดงานวัดได้จัดมาเป็นปีที่ 4 แล้ว ทางวัดจะเริ่มจากที่ชาวบ้านในตำบลวังไชย เริ่มที่จะเก็บเกี่ยวข้าว ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ข้าวแก่เต็มที่ก็จะมาปวารณาตนจะถวายข้าวมาสร้างเป็นปราสาทข้าว จากนั้นทั้งพระคุณเจ้า เณรและชาวบ้านก็จะไปช่วยชาวบ้านเก็บเกี่ยวมาไว้แล้ว นำมาตากในวัดพอแห้งก็มามัดเป็นกำแล้วมาสานเป็นตาข่าย จึงจะยกขึ้นประกอบเป็นปราสาทด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้านก็จะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนในการสร้างปราสาทรวงข้าว แล้วจะปล่อยปราสาทไว้จนถึงเดือนเมษายนรวงข้าวจะแห้งตกหมด เพื่อบูชาคุณพระ รัตนตรัย และบูชาพระแม่โพสพตามประเพณี เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว