ตร.บุรีรัมย์ดึงกลุ่มเสี่ยงบวชพระหวังใช้ธรรมะนำทางเลิกยาเสพติด

ข่าวทั่วไทย20 มิ.ย. 2566 • 17:32 น.
ตร.บุรีรัมย์ดึงกลุ่มเสี่ยงบวชพระหวังใช้ธรรมะนำทางเลิกยาเสพติด

ตำรวจ สภ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ นำกลุ่มเสี่ยง และประชาชนทั่วไป เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เจริญรอยตามธรรมะคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หวังใช้หลักธรรมคำสอน ในพระพุทธศาสนา ไปขัดเกลาจิตใจ โดยใช้ธรรมะนำทาง เพื่อเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อสามารถกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เป็นคนดีของสังคม ขณะขบวนแห่นาคใช้รถมอไซด์พ่วงข้าง เป็นรถแห่นาค สร้างสีสันและความแปลกใหม่ แก่ผู้ร่วมงาน

วันที่  20 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่ศาลาประชาคมบ้านดงเค็ง ต.หนองขมาร อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ก้องชาติ  เลี้ยงสมทรัพย์ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์, พ.ต.อ.อัษฎไณย ป้องกัน ผกก.สภ.คูเมือง ส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และประชาชน บ้านหัวหนอง กับบ้านดงเค็ง ร่วมปลงผมให้กับผู้ที่เข้าร่วมการบรรพชา-อุปสมบทหมู่ ในโครงการแสงธรรมแผ่นดินทอง ตามโครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี 2566 จำนวน 35 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ที่เคยเสพยาเสพติด ที่สมัครใจเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ประชาชนทั่วไป จำนวน 34 คน และข้าราชการตำรวจอีก 1 นาย ท่ามกลางกำลังใจจากครอบครัว และญาติพี่น้อง มาร่วมให้กำลังใจอย่างเนืองแน่น

พร้อมกันนี้ ยังได้มีการจัดขบวนแห่นาคไปรอบๆ หมู่บ้านด้วย ซึ่งขบวนแห่นาคส่วนใหญ่ที่พบเห็น มักจะใช้ช้าง หรือรถยนต์ตกแต่งเป็นรถบุพชาติในการแห่นาค แต่ขบวนแห่นาคนี้ ก็มีชาวบ้านบางรายใช้รถยนต์เป็นขบวนแห่นาค ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของขบวนแห่นาคโดยทั่วๆไป แต่ที่สร้างสีสันให้กับขบวนแห่นาคในครั้งนี้ ก็เพราะมีชาวบ้านอีกจำนวนมาก ที่มีลูกหลานและคนในครอบครัวร่วมบวชในครั้งนี้ ได้ใช้รถจักรยานยนต์แบบพ่วงข้าง หรือ รถซาเล้ง ที่ได้มีการประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ด้วยวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น มาประดับตกแต่งเป็นรถแห่นาค ได้สร้างความประทับใจให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และชาวบ้านที่มาร่วมชมกิจกรรมขบวนแห่เป็นอย่างมาก เพราะไม่เคยมีการใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างมาทำแบบนี้มาก่อน

ทั้งนี้ หลังจากพิธีการปลงผมนาคทั้ง 35 คน แล้วทั้งหมดจะเข้าพิธีบรรพชา-อุปสมบท ในวันที่ 21 มิ.ย.66 ณ พระอุโบสถและจำวัดอยู่ที่ วัดชัยสิริมงคล ต.หนองขมาร อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ เป็นระยะเวลา 9 วัน ซึ่งตลอดทั้ง 9 วัน จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูเมือง และคณะสงฆ์เป็นพระพี่เลี้ยง เป็นผู้ฝึกสอนเกี่ยวกับการปฎิบัติธรรม  การฟัง-อ่านหนังสือธรรมะ การศึกษาพระธรรม กิจกรรมการทำวัตรเช้าเย็น การนั่งสมาธิ และการเดินจงกรม เป็นต้น เพื่ออบรมกล่อมเกลาจิตใจผู้ที่เข้าร่วมโครงการได้มีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้น และจะได้หลุดพ้นจากวงจรของยาเสพติด สามารถกลับตัวกลับใจมาเป็นคนดีของครอบครัว ญาติพี่น้องและประเทศชาติต่อไป

โดย พ.ต.อ.อัษฎไณย ป้องกัน ผกก.สภ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า นอกจากด้านการป้องกันปราบปรามยาเสพติด สนองตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งการจับกุมผู้ค้าและผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน ตำรวจก็จะต้องเร่งเสริมสร้างให้ชุมชน เกิดความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้ชุมชนเข้มแข็ง และรับรู้ปัญหาพิษภัยที่เกิดขึ้นจากยาเสพติด ที่มีผลกระทบต่อตนเองและสังคม อีกทั้งในปัจจุบันรัฐบาลได้มีนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดแนวใหม่ ผู้เสพคือผู้ป่วย ควรได้เข้ารับการบัดรักษา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีโครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี 2566 

ซึ่ง สภ.คูเมืองได้จัดทำ ‘โครงการแสงธรรมแผ่นดินทอง’ ขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยผ่านกระบวนการบำบัด รักษา และฟื้นฟูสภาพทางสังคม เพื่อป้องกันผู้เสพกลับเข้าสู่วงจรยาเสพติดแล้ว ยังได้ใช้กิจกรรมธรรมมะบำบัด โดยนำผู้ที่สมัครใจเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และประชาชนทั่วไป เข้าบวชพระ-เณร ตามหลัก ‘บวร’ เพื่อน้อมนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา มาเป็นหลักชัยในการกล่อมเกลาจิตใจแก่ผู้ที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งตลอดทั้งการบวชพระ-เณร ทั้ง 9 วัน จะมีการศึกษาพระธรรมวินัย คำสอนต่างของพระพุทธศาสนา เพื่อนำไปเป็นแนวทางการปฎิบัติ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน

พร้อมทั้งมีหลักการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข มีความตระหนักรู้ ผิดชอบชั่วดี มีความคิดสร้างสรรค์ในเชิงบวก อยู่ในกรอบศีลธรรม สามารถกลับใจเป็นคนดี ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถช่วยให้เลิกไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดได้