รมต.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่แก้ปัญหาโรงงานกำจัดขยะในราชบุรีที่สร้างปัญหามากว่า 20 ปี 

ข่าวทั่วไทย17 ต.ค. 2566 • 09:56 น.
รมต.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่แก้ปัญหาโรงงานกำจัดขยะในราชบุรีที่สร้างปัญหามากว่า 20 ปี 

วันที่ 17 ต.ค. 66 นางสาวพิมพ์ภัทรา  วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  พร้อมหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง  ได้ลงพื้นที่เพื่อไปติดตามความหน้าในการนำกากขยะของโรงงาน ในตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี  ที่ถูกไฟไหม้ไปกำจัด   พร้อมทั้งเร่งรัดให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ติดตามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดจากการประกอบกิจการของโรงงานที่เป็นปัญหายืดเยื้อมายาวนานมากกว่า 20 ปี

แม้ว่าจะสั่งการตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันยังคงมีกากขยะอุตสาหกรรมและของเสียเคมีวัตถุตกค้างในพื้นที่ของบริษัทฯ อีกเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบกับประชาชนและชุมชนรอบโรงงานในภาคเกษตรกรรมและน้ำอุปโภค บริโภค

โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา   นายเอกภัทร วังสุวรรณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวีระกิตติ์ รันธกิจธนวิชญ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม นายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายเอกณัฐ พร้อมพันธ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์  นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา   และนางสาวกุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจ.ราชบุรี  ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบด้วย  

ซึ่งภายหลังจากที่ได้เข้าตรวจสอบภายในโรงงานแล้วได้มีเจ้าหน้าที่ของโรงงาเดินทางมาให้ข้อมูลกับ รมต.อุตสาหกรรม  ว่าทางโรงงานไม่ได้ถูกเรียกให้ไปชี้แจง  หรือให้เวลาในการดำเนินการที่เป็นธรรม  ทั้งที่ทางโรงงานก็ได้ยื่นเรื่องขออุธรรณ์ไปแล้ว  แต่ทางหน่วยงานภาครัฐก็ยังคงเข้ามาดำเนินการโดยว่าจ้างบริษัทอื่นเข้ามาทำแทนและให้เวลาในการดำเนินการมากกว่าเจ้าของโรงงาน   ทำให้ทางโรงงานต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปภายในโรงงาน   ซึ่ง รมต.พิมพ์ภัทรา   ได้แจ้งว่าทางโรงงานสามารถดำเนินการแจ้งความได้เพราะเป็นสิทธิ์โดยชอบธรรม

 แต่ทั้งนี้หน่วยงานของรัฐก็ต้องทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย  หลังจากนั้นได้เดินทางไปพบปะพูดคุยกับชาวบ้านในหมู่ 1  ต.น้ำพุ  อ.เมือง  เพื่อแจ้งความคืบหน้าในการเข้ามาดำเนินการภายในโรงงาน โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 210 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.66 เป็นต้นมา โดยมีชาวบ้านมาให้ข้อมูลรวมทั้งข้อเสนอแนะในการทำงานนั้นขอให้ควบรวมทั้งการตรวจสอบชนิดของสารและการขนย้ายเพื่อความรวดเร็ว และขอให้อย่าย้ายเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาช่วยดำเนินการรับผิดชอบตั้งแต่เริ่มต้น  เนื่องจากหากเปลี่ยนคนมาทำใหม่  การทำงานทุกอย่างก็จะต้องเริ่มใหม่ทำให้การดำเนินการนั้นสะดุดและไม่ต่อเนื่อง  

ด้านนางสาวพิมพ์ภัทรา  วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม   กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการแสดงออกให้เห็นว่าในนามของกระทรวงอุตสาหกรรมจริงจังและตระหนักถึงปัญหาของประชาชนโดยรอบโรงงาน และ ได้สั่งการไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้เร่งแก้ไขปัญหาจากกากอุตสาหกรรมที่เป็นมลพิษต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามขั้นตอนและเร่งรัดให้ดำเนินการโดยเร็ว เพราะเป็นปัญหาเรื้อรังมานานกระทบภาคประชาชนโดยตรง

พร้อมทั้งติดตามการดำเนินการของกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับการอนุมัติ งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 59.8 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการจ้างเหมาบริการกำจัด/บำบัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเคมีวัตถุที่ตกค้างในพื้นที่ของบริษัท พร้อมกำชับตรวจสอบพื้นที่ ตลอดจนสุ่มเก็บและวิเคราะห์ตัวอย่าง จำนวน 54 ตัวอย่าง ประกอบด้วยของเหลว 14 ตัวอย่าง และของแข็ง 40 ตัวอย่าง แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย จึงสั่งการให้ กรอ. ตรวจกำกับการรวบรวม ขนถ่าย ขนส่ง และบำบัด/กำจัดกากอุตสาหกรรมและของเสียเคมีวัตถุ จำนวน 13,439 ตัน ให้เป็นไปตามหลักวิชาการ แล้วเสร็จตามสัญญา คือภายในวันที่ 29 มีนาคม 2567