"พญานาคพ่นน้ำ"มาสคอตแหลมสนกำลังจะกลับมาพ่นน้ำอีกครั้งหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ประติมากรรมหัวพญานาคพ่นน้ำมาสคอตของแหลมสนอ่อนแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียกำลังจะกลับมาพ่นน้ำอีกครั้งหนึ่ง หลังมีการทำสัญญาก่อสร้างเฟส 2 งบ 14 ล้านบาท กับผู้รับเหมาไปเรียบร้อยแล้ว และจะแล้วเสร็จตามสัญญาวันที่ 6 กันยายน 2567 ขณะนี้ได้มีการเคลื่อนย้ายหัวพญานาคกลับขึ้นไปวางด้านบนตัวอาคาร เพื่อเตรียมพื้นที่ด้านล่างในการตอกเสาเข็มดำเนินการก่อสร้าง หลังพ้นฤดูมรนสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากเป็นหน้าตาและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย
โดย พญานาคพ่นน้ำ มาสคอต ของแหลมสนอ่อน ปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลา อ.เมืองสงขลา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย เดินทางมาท่องเที่ยวถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก และชมความสวยงามของทัศนียภาพของปากร่องน้ำ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างทะเลสาบสงขลากับทะเลอ่าวไทย และเป็นการสัญจรทางเรือทั้งเรือประมง และเรือพาณิชย์ และถ่ายรูปเป็นกลุ่มเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศ
สำหรับ พญานาคพ่นน้ำสร้างเมื่อปี 2549 ในสมัยที่นายอุทิศ ชูช่วย เป็นนายกเทศมนตรีนครสงขลา ดำเนินการ ออกแบบ โดยอาจารย์มนตรี สังข์สิกานนท์ อาจารย์มหาวิทยาลัยทักษิณ และทำพิธีเปิดประติมากรรมหัวพญานาคพ่นน้ำ อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.2550 ประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ มีลักษณะแบบลอยตัว สามารถมองเห็นได้รอบด้านเนื้อ วัตถุเป็นโลหะทองเหลืองรมสนิมเขียว "หัวพญานาค" มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ของลำตัว 1.20 เมตร ความสูงจากฐานลำตัวจนถึงปลายยอดสุด ประมาณ 9 เมตร พ่นน้ำลงสู่ปากอ่าวทะเลสาบสงขลาและมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาถ่ายรูป อย่างไม่ขาดสาย จนกลายเป็นหนึ่งในจุดเช็คอินของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดสงขลา
เมื่อพญานาคพ่นน้ำทรุดโทรมไปตามกาลเวลาก็ได้ปิดใช้สถานที่ชั่วคราวเพื่อปรับปรุงซ่อมแซม โดยยกหัวพญานาคลงมาไว้ด้านล่าง เนื่องจากเป็นที่ศรัทธาของประชาชนที่นับถือพญานาคจะได้มากราบไหว้ และหลังจากผ่านพ้นวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทางเทศบาลนครสงขลา โดยนายวันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศมนตรีนครสงขลา ก็ได้ตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการก่อสร้างลานหัวพญานาคใหม่ พร้อมปรับภูมิทัศน์โดยรอบ เทศบาลนครสงขลาดำเนินการก่อสร้างเฟส 1 ซึ่งเป็นโครงสร้างเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา
ส่วนเฟส 2 งบ 14 ล้านบาท ทางเทศบาลนครสงขลา ไม่ได้ดำเนินการในปี 2565 เนื่องจากในเขตเทศบาลนครสงขลา มีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19 ของประชาชนและในชุมชนต่างๆอย่างกว้างขวาง ทำให้ทางเทศบาลนครสงขลาต้องนำเงินส่วนนี้ มาใช้ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนครสงขลาให้มีความปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด 19 ก่อน โดยนำงบประมาณ 14 ล้านบาทมาตั้งในปีงบประมาณปี 2567 แทน หลังจากที่การแพร่ระบาดโควิด-19 เบาบางลงเพื่อนำเงินจำนวน 14 ล้าน มาดำเนินการตามโครงการเฟส 2 ในปีงบประมาณ 2567
สำหรับในเฟสที่ 2 ปีงบประมาณ 2567 งบ 14 ล้านบาท ทำการติดตั้งหัวพญานาคให้กลับขึ้นไปวางที่เดิมบนตัวอาคาร งานระบบไฟฟ้า สุขาภิบาลระบบพ่นน้ำ ลานเชื่อมต่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ห้องน้ำ หญิง-ชายและคนพิการ ห้องศูนย์บริการนักท่องเที่ยว สำหรับเฟส 3 เป็นการปรับภูมิทัศน์ให้มีความสวยงามมากขึ้นและต่อเนื่องระหว่างหัวพญานาคไปจนถึงท่าแพขนานยนต์ เพื่อทำในส่วนบริเวณนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง
ในขณะนี้ทางผู้รับเหมาได้ทำการใช้รถเครนขนาดใหญ่ยกหัวพญานาคยกให้กลับขึ้นไปวางที่เดิมบนตัวอาคารเรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมพื้นที่ด้านล่างในการตอกเสาเข็มดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนที่กำหนด หลังพ้นฤดูมรสุมตะวันออก เฉียงเหนือ โดยมีการล้อมรั้วบริเวณก่อสร้างทั้งหมด ลงไปถึงริมทะเลปากร่องน้ำที่เป็นแหล่งทอดแหจับปลากระบอกของประชาชนด้วย โดยจะสีการเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็วตามสัญญา เพื่อให้พญานาคพ่นน้ำกลับมาพ่นน้ำอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากเป็นหน้าตาและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย