- โฆษณา -

โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม นิคมสหรัตนนคร พากลุ่มสื่อฯศึกษาดูงาน สร้างความมั่นใจก่อนมาสร้างที่ อ.ศรีราชา

ข่าวทั่วไทย16 ธ.ค. 2566 • 14:59 น.
โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม นิคมสหรัตนนคร พากลุ่มสื่อฯศึกษาดูงาน สร้างความมั่นใจก่อนมาสร้างที่ อ.ศรีราชา

ที่ นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร จ.พระนครศรีอยุธยา บริษัท รีคัฟเวอรี่ เฮาส์ จำกัด นำคณะสื่อมวลชน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นำโดย นายไพบูลย์ เสริมสาตร์ นายกสมาคมสื่อมวลชนศรีราชา พร้อมด้วยสื่อมวลชนจาก จ.ระยอง และจ.ปราจีนบุรี เยี่ยมชมโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรม โดยมี ดร.กฤษณ์ พงษ์เทพิน ผช.ผอ.ฝ่ายประชาสัมพันธ์บริษัท พาวเวอร์ วัตต์ 1 จำกัด และบริษัท พาวเวอร์ วัตต์ 2 จำกัด พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ และบรรยายถึงความเป็นมา รวมถึงเดินเยี่ยมชมกระบวนการต่างๆ ของโรงไฟฟ้าฯ โดยได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถามในประเด็นต่างๆ ที่เป็นข้อกังวลสงสัยด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของชุมชน จากนั้นได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการปฏิบัติจริงของโรงงาน ดูขั้นตอนการจัดเก็บวัตถุดิบ ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง กระบวนการผลิต การเผาไหม้ การควบคุมระบบต่างๆ ของโรงงานโดยละเอียด  

- โฆษณา -

                 สำหรับโรงไฟฟ้าแห่งนี้ได้ดำเนินการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรมมานานกว่า 6 ปี และมีโครงการจะก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม โรงงานผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรม บ.พาวเวอร์วัตต์ และ บ.พาวเวอร์วัตต์ 2 ที่ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าโครงการละ 8 เมกะวัตต์ จำนวน 2 โครงการ รวมเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้า ทั้งสิ้น 16 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้นประมาณ 3,500 -3,600 ล้านบาท โดยได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement:PPA) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งสัญญาซื้อขายไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (Very Small PowerProducer : VSPP) มีระยะเวลา 20 ปี นับจากวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ โดยทั้ง 2 โครงการมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ได้ในปี พ.ศ. 2569 นี้

               ซึ่งขณะนี้โครงการฯ อยู่ระหว่าง การประชาสัมพันธ์ และรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานราชการท้องถิ่น ประชาชน ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างที่จังหวัดระยอง และจังหวัดปราจีนบุรี ระบบแบบเดียวกันกับที่นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร จึงได้นำสื่อมวลชน เยี่ยมชมเพื่อนำข้อมูลไปเผยแพร่แก่ประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งยังมีการร่วมแสดงความคิดเห็น เสนอแนะ จากแนวทางของสื่อมวลชนแต่ละพื้นที่ โดยทางโรงไฟฟ้าจะนำแนวทางเพื่อนำไปประยุกต์และแก้ไขต่อไป เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ระหว่างทุกองค์กรเพื่อสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน 

                ดร.กฤษณ์ พงษ์เทพิน ผช.ผอ.ฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ กล่าวว่า การขยายโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงจากขยะอุตสาหกรรมถือเป็นนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการจัดการลดขยะอุตสาหกรรมและรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และได้ผลผลิตคือไฟฟ้า โดยใช้เชื้อเพลิงหลัก 6 ประเภทจากโรงงานอุตสาหกรรมได้แก่ เศษผ้า เศษกระดาษ เศษยาง เศษหนัง เศษไม้ และ พลาสติกเท่านั้น โดยไม่ได้ใช้เศษอาหาร เศษขยะ จากครัวเรือนอย่างที่ประชาชนกังวล อีกทั้งไม่ใช้เหล็ก โลหะ ขยะอิเล็คทรอนิกส์ หรือขยะกากอุตสาหกรรมที่มีพิษ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถนำมาใช้ในกระบวนการผลิตในโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมประเภทนี้ได้ สำหรับด้านน้ำเสีย โรงไฟฟ้านี้ใช้น้ำประปาจากนิคมอุตสาหกรรม เพื่อนำมาต้ม เพื่อใช้ไอน้ำในปั่นกังหันเพื่อผลิตไฟฟ้า และน้ำในระบบก็จะใช้หมุนเวียน ไม่มีการปล่อยน้ำเสียออกสู่ภายนอกโรงงาน จึงไม่มีน้ำเสียต่อแหล่งน้ำผืนดินและสิ่งแวดล้อม ส่วนปัญหาทางอากาศและสุขภาพนั้น โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมนี้เป็นแบบเดียวกันที่จะมีโครงการสร้างขึ้นในพื้นที่จ.ชลบุรี จ.ระยอง และจ.ปราจีนบุรี ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ มีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ จะไม่มีควันและกลิ่น ทั้งนี้ยังมีการตรวจมลพิษจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่เป็นประจำ และชุมชนสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา ส่วนขี้เถ้าเป็นขี้เถ้าที่ไม่มีสารพิษเจือปนเพราะวัตถุดิบที่นำมาทำเชื้อเพลิงไม่มีสารพิษเจือปน และมีการนำไปฝังกลบในบ่อที่ จ.สระบุรี ตามที่ได้อนุญาตจัดการที่ทางราชการเท่านั้น