ประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับที่ 2 พ.ศ.2562 ความอยุติธรรมที่ยอมเป็นเครื่องมือของกลุ่มทุนการเมือง

ข่าวทั่วไทย14 พ.ย. 2565 • 08:52 น.โดย พงศ์ธนัช วัฒนบารมีพงศ์
ประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับที่ 2 พ.ศ.2562 ความอยุติธรรมที่ยอมเป็นเครื่องมือของกลุ่มทุนการเมือง

นับแต่กระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศเรื่อง กำหนดให้มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นสินค้าที่ต้องมีหนังสือรับรอง และต้องปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบในการเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562 ที่มีนางสาวชุติมา บุณยประภัศร รักษาราชการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ลงนามเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ.2562 โดยได้กำหนดจุดนำเข้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้าน ให้เหลือเพียง 24 จุดเท่านั้น โดยมีนโยบายให้นำเข้าได้เพียงจังหวัดละ 1 จุด แต่ก็ยังมีจังหวัดสระแก้วเพียงจังหวัดเดียว ที่อนุญาตให้นำเข้าได้ 2 จุด คือ จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน และจุดผ่อนปรนบ้านตาพะเยา

จากนโยบายดังกล่าว จะเห็นได้ว่าความอยุติธรรมของหน่วยงานที่เชื่อได้ว่า ควรจะเป็นหน่วยงานที่อำนวยความสะดวกในการค้าขายชายแดน คือ กระทรวงพาณิชย์  ได้กลายเป็นหน่วยงานที่ขัดขวางการค้าขายชายแดนไปทันที ใครได้ประโยชน์จากการใช้นโยบายนี้ ถ้าไม่ใช่กลุ่มทุนที่สนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลอยู่ ผลกระทบที่เกิดขึ้นผู้ประกอบการนำเข้ามันสำปะหลังตากแห้ง ที่สุจริต ที่เสียภาษีอากรให้กับรัฐ เพื่อมาใช้จ่ายเป็นเงินเดือนให้กับข้าราชกระทรวงพาณิชย์นั้น ได้รับผลกระทบจากการกำหนดนโยบายนี้โดยตรง มีอยู่ 2 จังหวัด คือจังหวัดเลยและอุบลราชธานี จังหวัดเลย กระทรวงพาณิชย์กำหนดให้นำเข้าได้ที่ด่านศุลกากรท่าลี่ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด่านสากลแก่นท้าว แขวงไชยะบูรีเท่านั้น ผู้ประกอบการที่นำเข้ามันสำปะหลังตากแห้งจากแขวงเวียงจันทน์ ที่นำเข้ามาในช่องทางด่านศุลกากรเชียงคาน ได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่สามารถนำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังได้เลย ทั้งที่จุดผ่านแดนถาวรเชียงคาน และจุดผ่อนปรนบ้านครกไผ่ อำเภอปากชม

ผู้ประกอบการที่ได้ไปส่งเสริมให้เกษตรกรแขวงเวียงจันทน์ปลูกมันสำปะหลัง ไม่สามารถนำเข้าได้โดยตรง หากจะนำเข้าไทยจะต้องขนส่งข้ามไปยังแขวงไซยะบูรี เป็นระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกตันละ 1,500 บาท ผลกระทบจากนโยบายนี้ ไม่ได้มีผลกับผู้ประกอบการไทยเท่านั้น ยังมีผลกระทบกับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังของแขวงเวียงจันทน์อีกด้วย กล่าวคือ เกษตรกรไม่สามารถขายผลิตภัณฑ์ได้ในราคาที่ควรจะเป็น จะต้องโดนหักค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกษตรกรของแขวงเวียงจันทน์เดือดร้อน ไม่สามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่เท่ากับแขวงที่สามารถส่งออกมาไทยได้โดยตรง คงจะกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศในระยะเวลาอันใกล้นี้ต่อไป
จังหวัดอุบลราชธานีก็ได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้เช่นกัน กระทรวงพาณิชย์กำหนดให้นำเข้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังได้เพียง1 จุดคือด่านศุลกากรช่องเม็กซึ่งอยู่ตรงข้ามกับด่านวังเต่า แขวงจำปาสัก

ผู้ประกอบการนำเข้ามันสำปะหลังตากแห้ง จากแขวงสาละวัน ก็ได้รับผลกระทบโดยตรงเช่นกัน เพราะไม่สามารถส่งออกมันสำปะหลังตากแห้ง ในช่องทางเดิมคือด่านสากลบ้านปากสะพาน เมืองละคอนเพ็ง มายังท่าแพขนานยนต์บ้านนาหินโหง่น อำเภอนาตาล ทั้งที่อำเภอนาตาลและเมืองละคอนเพ็ง กำลังจะมีโครงการสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่6 ในระยะเวลาอันใกล้นี้ การส่งออกมายังไทยก็ต้องขนส่งผ่านแขวงจำปาสักหรือแขวงสะหวันนะเขตเท่านั้นผลกระทบก็คงเกิดกับเกษตรกร ผู้ปลูกมันสำปะหลังของแขวงสาละวันเช่นเดียวกัน คือไม่สามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่เท่ากับแขวงที่ส่งออกไทยได้โดยตรง ก็คงจะกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศต่อไป

ตั้งแต่ปีพ.ศ.2562 เป็นต้นมาผู้ประกอบการนำเข้ามันสำปะหลังจากแขวงเวียงจันทน์ผ่านด่านศุลกากรเชียงคานและแขวงสาละวันผ่านด่านศุลกากรเขมราฐได้ขอผ่อนผันอนุญาตนำเข้ามันสำปะหลังในช่องทางเดิมมาตลอด ทุกช่องทางที่จะทำได้  แต่ก็ไม่เคยได้รับความเมตตาทบทวนแก้ได้ หรือให้ความเป็นธรรมจากกระทรวงพาณิชย์แต่อย่างใด

ฤดูกาลที่ผลิตผลมันสำปะหลังตากแห้ง ที่จะมาถึงนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงยืนกราน ใช้นโยบายเดิมที่อนุญาตให้นำเข้ามันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังโดยอ้างว่า ป้องกันโรคใบด่าง ที่จะเข้ามาระบาดในประเทศไทย ก็ยังเป็นเหตุผลเดิมๆ ที่กระทรวงพาณิชย์อ้างต่อไป ทั้งที่ประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่ปรากฏว่ามีการแพร่ระบาดแต่อย่างใด 
ทั้งๆที่ กระทรวงพาณิชย์เอง ก็มีพิรุธตั้งแต่เริ่มประกาศเมื่อปี พ.ศ.2562 แล้ว ว่าทำเพื่อส่วนรวมหรือไม่ หรือทำเพื่อใคร ตอบสังคมได้ไหม หยุดเสียที หยุดสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้กับประเทศในสายตาของประเทศเพื่อนบ้าน สร้างศรัทธาให้ประชาชน เพราะในส่วนลึกของประชาชนทั่วประเทศ ก็ยังมีความเชื่อมั่นว่า กระทรวงพาณิชย์ ยังเป็นองค์กรที่จะขับเคลื่อนและอำนวยความสะดวกในการนำเข้าและส่งออกการค้าขายชายแดนให้เท่าเทียมกันโดยเสมอภาค ไม่ใช่ทำเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มทุนในฟากฝ่ายรัฐบาลที่มีอำนาจ โดยไม่คำนึงถึงประชาชนและผู้ประกอบการแต่อย่างใด