กรมชลฯ จัดโครงการศึกษาความเหมาะสมบรรเทาอุทกภัยลำน้ำยัง-ลำน้ำซี
เมื่อวันที่ 9 มี.ค.66 ที่โรงแรมเจพีเอ็มเมอรัลด์ยโสธร นายไกร เอี่ยมจุฬา รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานเปิดโครงการโครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยลำน้ำยังและลำน้ำชียโสธร-ร้อยเอ็ดตามที่กรมชลประทานได้จัดขึ้นเพื่อรับฟังความคิดเห็นโดยมีนายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทานผู้แทนหน่วยงานราชการ ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชนเข้าร่วม ซึ่งพื้นที่ลำน้ำยังและลำน้ำชีตอนล่าง ในฤดูฝนเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และมักจะเกิดน้ำล้นตลิ่งอยู่เป็นประจำ ในปี พ.ศ. 2560 จังหวัดยโสธรและจังหวัดร้อยเอ็ดได้ประสบปัญหาอุทกภัยจากอิทธิพลของพายุเชินกา และในปี พ.ศ. 2562 ประสบปัญหาอุทกภัยจากอิทธิพลของพายุโพดุล และพายุคาจิกิ ทำให้ระดับน้ำในลำน้ำยังและลำน้ำชีตอนล่างเอ่อท่วมสูง และเกิดการกัดเซาะบริเวณตลิ่ง รวมทั้งพนังกั้นลำน้ำยังได้ก่อสร้างมานานกว่า 20 ปี ทำให้พนังกั้นน้ำชำรุดและไม่สามารถรับแรงต้านทานของกระแสน้ำที่สูงขึ้นของลำน้ำยังและลำน้ำซีได้ ทำให้น้ำหลากท่วมพื้นที่เกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยของประชาชนและในการดำเนินการบรรเทาอุทกภัยลำน้ำยังและลำน้ำชีตอนล่างกรมชลประทานได้เล็งเห็นปัญหาและหาแนวทางแก้ไข จำเป็นต้องมีการวางแผนแก้ไขเพื่อบรรเทาปัญหาอย่างเป็นระบบ เนื่องจากสภาพพื้นที่ และระบบน้ำมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับพื้นที่ลุ่มน้ำข้างเคียงและระบบลุ่มน้ำหลัก จึงได้เนินการศึกษา โครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยลำน้ำยังและลำน้ำชี
นายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีฝ่ายวิชาการกรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ประชาชนในพื้นที่ลำน้ำยังและลำน้ำชีตอนล่าง ในจังหวัดยโสธร และจังหวัดร้อยเอ็ดประสบปัญหาอุทกภัย น้ำท่วมซ้ำซากและน้ำลันตลิ่ง ผนังกั้นน้ำชำรุด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมลำน้ำยัง และบริเวณจุดบรรจบลำน้ำยังน้ำชี เกิดอุทกภัย จำนวน 7-15 ครั้งในรอบ 16 ปี ส่งผลให้พื้นที่เกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยของประชาชนได้รับความเสียหายขณะที่หน้าแล้งฝนทิ้งช่วง ไม่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่สำหรับใช้เป็นแหล่งน้ำตันทุนพื้นที่ศึกษาโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ลำน้ำยังและพื้นที่ลำน้ำชีตอนล่าง ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด 34 อำเภอ ประกอบด้วย จังหวัดยโยธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาพสินธุ์ จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดศรีสะเกษ และ จังหวัดอุบลราชธานี โดยขั้นตอนการศึกษาจะเริ่มจัดทำโครงการตามแผนหลักเพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัย ซึ่งครอบคลุม 8 กลุ่มโครงการ และได้พิจารณาคัดเลือกโครงการที่มีความสำคัญสูงสุด 3 ลำดับแรกที่มีการแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกันและโครงการที่ศึกษาความเหมาะสมมี 3 โครงการ คือโครงการปรับปรุงขุดลอกลำน้ำยัง โดยการขุดลอกลำน้ำยัง 2 ช่วง รวมระยะทาง 46 กิโลมตร เพื่อรักษาความจลำน้ำไม่ให้น้อยกว่า 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และรื้อถอนฝายยางบ้านใหม่ชุมพรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายนั้นความเสียหายจากน้ำท่วมซ้ำซากบริเวณริมลำน้ำยัง และเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในลำน้ำยังเพื่อการเกษตรและอุปโภค สร้างอาคารบังคับน้ำในลำน้ำสาขา 1 แห่ง คือ ประตูระบายน้ำห้วยวังยาง ปรับปรุงคลองระบายน้ำ 4 สาย น้ำยัง ดำเนินการปรับปรุงแก้มลิงธรรมชาติ 9 แห่ง และขุตลอกลำน้ำธรรมชาติ 1 สาย คือสร้างประตูระบายน้ำในลำน้ำยัง 1 แห่ง คือ ประตูระบายน้ำบ้านดงแจ้ง ซึ่งจะช่วยลดความเสียทายจากปัญหาน้ำท่วมบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมลำน้ำยัง
โครงการแก้มลิงลุ่มต่ำน้ำนองถนนทางหลวง 2259 ดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองวังหลวงตัตถนน 2259 จำนวน1 แห่ง พร้อมอาคารประกอบ ซึ่งจะทำให้สามารถเก็บกักชะลอน้ำในช่วงเกิดอุทกภัยสำหรับเป็นน้ำต้นทุนในการเพาะปลูกในพื้นที่แก้มลิง และยังสร้างความมั่นคงต้านแหล่งน้ำให้กับพื้นที่รับประโยชน์ต้านท้ายน้ำได้เต็มประสิทธิภาพ และยังช่วยทดระดับน้ำในคลองวังหลวงให้สูงขึ้นทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงน้ำต้นทุนได้สะดวกขึ้น