ชาวบ้านโวยขี้วัวจากฟาร์มโคนมไหลลงคลองทำน้ำเน่าเสียนานหลายปี
วันที่ 8 พ.ย. นายเกียรติศักดิ์ นุชนงค์ นายกเทศมนตรีตำบล กม.5 ต.อ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์ ทรงพล บุญธรรม ผอ.ส่วนมาตรฐานกรมปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์เขต 7 สัตวแพทย์หญิง ศิรินทร์ทิพย์ วนาประเสริฐศักดิ์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบฟาร์มโคนม “หมื่นสุข ฟาร์ม” เลขที่ 46 หมู่ 7 ต.อ่าวน้อย หลังมีชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบล กม.5 ร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดประจวบฯให้ตรวจสอบการทิ้งมูลวัวลงแม่น้ำลำคลองสาธารณะ ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทำน้ำเน่าเสียมานานหลายปีและมีกลิ่นเหม็น โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบมีมูลวัวปริมาณมากกองอยู่บนพื้นดินบริเวณด้านหลังฟาร์มซึ่งเป็นมูลวัวเปียกใกล้กับกำแพงปูนที่ล้อมฟาร์ม ซึ่งมีจุดที่น้ำและมูลวัวไหลลงลำคลองสาธารณะ
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่าได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านกว่า 200 คน ไปยังสำนักงานเทศบาลฯ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพื่อตรวจสอบยังฟาร์มโคนมดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 มีนาคมและ วันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมาถึงปัญหาการปล่อยน้ำเสียจากมูลวัวไหลลงคลองสาธารณะยาวนาน ตรวจสอบภายในฟาร์มมีมูลวัวจากวัวหลายร้อยตัว จึงได้ประสานหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาตรวจสอบซึ่งฟาร์มโคนมแห่งนี้ดำเนินกิจการมากว่า 20 ปี ส่งผลกระทบชัดเจนที่สุด คือน้ำในลำคลองสาธารณะไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้และทางเทศบาลเตรียมติดตั้งระบบน้ำประปาหมู่บ้านเพิ่มเติม ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับจุดปล่อยน้ำเสียแห่งนี้เพียง 100 เมตร ได้ให้โอกาสทางฟาร์มในการแก้ไขมาแล้วเมื่อครบกำหนดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือปศุสัตว์จังหวัด กรมเจ้าท่า จะทำการเข้าตรวจสอบอีกครั้งในวันที่14 พฤษจิกายนนี้
นายกัมปนาท ชัยญาพิมพ์ ชาวบ้านในพื้นที่ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม กล่าวว่าก่อนหน้านี้ชาวบ้านใช้น้ำในคลองสาธาระเพื่อนำไปอุปโภค แต่ปัจจุบันสภาพน้ำไม่เหมาะสม ไม่สามารถนำไปใช้ได้ใช้ได้เพียงรดน้ำผัก เป็นปัญหาหมักหมมหลายสิบปี ที่เสียใจคือตนเคยร้องไปยังหน่วยงานหลายแห่งที่เกี่ยวข้องทั้ง ปศุสัตว์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศูนย์ดำรงธรรมระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับเขตที่ราชบุรีและนครปฐม หน่วยงานราชการไม่เคยมาดูแลแก้ไข หวังว่าการตรวจสอบในครั้งนี้จะทำให้สถานการณ์สิ่งแวดล้อมดีขึ้น
นายสัตวแพทย์ ทรงพล กล่าวว่าขณะลงพื้นที่ได้เห็นมูลสัตว์กองขนาดหลายสิบตันกองทิ้งอยู่ในลานดินบนที่ดินของฟาร์มด้านหลังสุดของโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ และพบเครื่องจักรที่จอดรอทำการขุดบ่อพักจึงได้ตรวจสอบปริมาณน้ำที่ใช้ในฟาร์ม การบริหารจัดการน้ำทิ้ง น้ำที่กักเก็บกับน้ำที่ใช้มีความเหมาะสมหรือไม่ พร้อมเสนอให้ทางฟาร์มทำที่ดักมูลวัวและน้ำเสียก่อนนำออกสู่สาธารณะโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้จะนำเรื่องดังกล่าวกลับไปเข้าที่ประชุมสำนักงานปศุสัตว์เขต 7 เพื่อหาข้อสรุปยุติปัญหาสามารถอยู่ร่วมกับชาวบ้านได้อีกครั้ง.