ภูเก็ตติดเชื้อโควิด19 ยังพุ่ง สุ่มตรวจคลัสเตอร์แรงงานต่างด้าว ชุมชนแออัดเตรียมมาตรการเพิ่ม

ข่าวทั่วไทย29 ส.ค. 2564 • 01:02 น.โดย ชัยมงคล สุวรรณวงศ์
ภูเก็ตติดเชื้อโควิด19 ยังพุ่ง สุ่มตรวจคลัสเตอร์แรงงานต่างด้าว  ชุมชนแออัดเตรียมมาตรการเพิ่ม
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตรายงานสถานการณ์โควิด 19 ประจำวันที่28ส.ค.(ระลอกเมษายน)มีผู้ติดเชื้อ จำนวนถึง210ราย และโครงการภูเก็ตเซนบ็อก2ราย ซึ่งยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาลอีก1,538 ราย ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค.นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวถึงสถานการณ์ขณะนี้ ว่าแม้จะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น แต่เชื่อว่า ยังอยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้ โดย ทางจังหวัด มีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัด ตรวจเชิงรุก ในพื้นที่เสี่ยง อาทิ แพปลา แคมป์คนงานก่อสร้าง ชุมชนแออัด ด้วยชุดตรวจ ATK ซึ่งหากพบ ผล บวก จะตรวจยืนยัน ด้วย ชุดตรวจ FIA ที่แสดงผล ภายใน15- 30นาที เมื่อชัดเจนว่าเป็นผู้ติดเชื้อจะนำเข้าสู่สถานที่กักกันที่ทางจังหวัดได้จัดเตรียมรองรับไว้ในหลายจุด มีทั้ง ศูนย์ดูแลผู้ติดเชื้อ covid -19 ชุมชน Hotel isolated LQ เพื่อใช้เป็นสถานที่กักกันผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ คือกลุ่มสีเขียว และหากเป็นผู้ที่ติดเชื้อมีอาการก็จะนำเข้าสู่กระบวนการรักษา ในโรงพยาบาลสนามหรือโรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งยังมีเตียงเพียงพอสำหรับรองรับผู้ป่วยระดับสีแดง หรือสีเหลือง ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านมาตรการคัดกรองคนจากภายนอกเข้าพื้นที่จังหวัดภูเก็ตขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือ กับผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ คาดว่าในวันจันทร์ที่ 30 สค.64 จะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับมาตรการการคัดกรองบุคคลเข้าพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อประกาศออกเป็นคำสั่งจังหวัดภูเก็ต และมีผลบังคับใช้ ในวันที่ 1 กันยายน 2564 ต่อไป ด้านนายแพทย์กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อในสัปดาห์นี้ ยังคงสูงต่อเนื่อง เพราะลงสุ่มตรวจเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานต่างด้าว กลุ่มชาวเลไทยใหม่ ที่เป็นชุมชนแออัด อาทิ แหลมตุ๊กแก เกาะแก้ว ราไวย์ ไม้ขาว หากพบผู้ติดเชื้อ นำแยกกักได้ทันที ในสถานที่ที่กำหนด นอกจากมาตรการตรวจเชิงรุกแล้ว ขณะนี้ทางจังหวัดภูเก็ต กำลังพิจารณามาตรการการเคลื่อนย้ายผู้คนหรือการเดินทางภายในจังหวัด การจัดกิจกรรมต่างๆ ที่อาจจะผ่อนคลาย หรือเข้มข้นขื้น จุดที่เป็นจุดอ่อนกำลังพิจารณาว่าจะต้องยกระดับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น ซึ่งการจัดกิจกรรมภายในจังหวัด อาทิ การจัดงาน การเคลื่อนย้ายแรงงาน การจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดอาจจะต้องมีความเข้มข้นให้มากขึ้น