พ่อค้าแม่ค้าไทย-กัมพูชา เรียกร้องยกระดับ “ช่องสายตะกู” เป็นจุดผ่านแดนถาวร กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

ข่าวทั่วไทย22 ก.พ. 2566 • 12:54 น.
พ่อค้าแม่ค้าไทย-กัมพูชา เรียกร้องยกระดับ “ช่องสายตะกู” เป็นจุดผ่านแดนถาวร กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

พ่อค้าแม่ค้าทั้งฝั่งไทย-กัมพูชา  เรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยงข้องเร่งพิจารณายกระดับจุดผ่อนปรนชายแดนช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์  เป็นจุดผ่านแดนถาวรเหมือนจังหวัดอื่นที่ติดแนวชายแดน  ให้ ปชช.สามารถซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น   เผยร้านค้าหลายแห่งต้องปิดชั่วคราวเพราะยอดขายน้อยไม่คุ้มทุน


     (22 ก.พ.66)  พ่อค้าแม่ค้า ทั้งฝั่งประเทศไทย และประเทศกัมพูชา  เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง   เร่งพิจารณายกระดับจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ราชอาณาจักรไทย และช่องจุ๊บโกกี  อ.บันเตียอัมปึล  จ.อุดรมีชัย  ราชอาณาจักรกัมพูชา ให้เป็นด่านผ่านแดนถาวร เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั้งสองฝั่งสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวและจับจ่ายซื้อสินค้า  โดยไม่ต้องจำกัดเฉพาะคนในพื้นที่อำเภอบ้านกรวดเท่านั้น เชื่อว่าหากเปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวรก็จะส่งผลให้การค้าขายคึกคักมากกว่านี้ ก็จะส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้ามีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มมากขึ้น  แต่ขณะนี้ที่ยังเป็นจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนชั่วคราว ก็มีประชาชนมามาเที่ยวและซื้อสินค้าค่อนข้างเงียบเหงา  ทำให้พ่อค้าแม่ค้าฝั่งไทยต้องปิดร้านไปทำอาชีพอื่นชั่วคราว   เพราะยอดขายน้อยไม่คุ้มต้นทุน
       

นางละม่อม  ทวรรณเวช  แม่ค้าฝั่งไทย  บอกว่า  ช่วงนี้การค้าขายที่ตลาดช่องสายตะกูเงียบเหงา  เพราะเปิดให้เฉพาะคนอำเภอบ้านกรวดเข้าได้เท่านั้น ประชาชนก็จะเป็นกลุ่มเดิมๆ ซึ่งอาจจะไม่มีกำลังซื้อ  ทำให้ขายได้เฉลี่ยวันละ 1- 2 พันบาท  จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้เร่งพิจารณายกระดับจุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกูเป็นจุดผ่านแดนถาวร  เหมือนกับด่านผ่านแดนจังหวัดอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนจากทุกจังหวัดสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวและข้ามไปซื้อสินค้าที่ช่องสายตะกูดังกล่าวได้ ก็เชื่อว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น  สร้างรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าได้เพิ่มมากขึ้นและสามารถอยู่รอดได้  เพราะช่วงที่เปิดจุดผ่อนปรนแรกๆ มีพ่อค้าแม่ค้ามาเปิดจำหน่ายสินค้าอุปโภคมากถึง 200 ร้าน  แต่ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 20 ร้าน  เพราะหลายคนขายไม่ได้จึงหยุดขายชั่วคราว  
      

เช่นเดียวกับ นายลิม  พ่อค้าชาวกัมพูชา  บอกว่า  ในฐานะที่ตนเป็นชาวกัมพูชาก็อยากให้ทางฝั่งไทยเปิดเป็นด่านผ่านแดนถาวร หรือเปิดเสรี ให้คนจากทุกจังหวัดสามารถเดินทางมาได้  เพราะทุกวันนี้ขายได้แค่วันละ 500 – 1,000 บาทเท่านั้น เพราะฝั่งไทยเปิดให้แค่คนในพื้นที่อำเภอบ้านกรวดเดินทางข้ามฝั่งได้เท่านั้น   แต่ฝั่งกัมพูชาเปิดเสรีแล้วประชาชนจากทุกจังหวัดสามารถข้ามมาซื้อของได้แล้ว     
     

ซึ่งล่าสุด เมื่อวันที่ 15 ก.พ.66 ที่ผ่านมา นายแปน  โกะซอล  ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา พร้อมคณะส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดอุดรมีชัย  ได้เดินทางมาพบปะพูดคุยหารือกับ นายไชยวัฒน์  จุนถิระพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์   พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชนในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์  ที่ห้องประชุมนเรนทราทิตย์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์   เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีต่อกัน  พร้อมทั้งได้หารือแนวทางการยกระดับจุดผ่อนปรนช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ราชอาณาจักรไทย – ช่องจุ๊บโกกี  อ.บันเตียอัมปึล  จ.อุดรมีชัย  ราชอาณาจักรกัมพูชา ให้เป็นจุดผ่านแดนถาวร  เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ  ส่งเสริมการค้า  การลงทุน การท่องเที่ยว และแสวงหาความร่วมมือด้านอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ  แต่ขณะนี้ฝั่งไทยยังติดขัดด้วยข้อกฎหมายบางส่วน และพื้นที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติตาพระยา  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่ามรดกโลก(ดงพญาเย็น – เขาใหญ่) ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการขั้นตอนขอเพิกถอนพื้นที่ และขอใช้พื้นที่ป่าไม้บางส่วน ตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 
     

ซึ่งปัจจุบันฝั่งไทยได้อนุญาตให้เฉพาะประชาชนอำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์  ที่สามารถข้ามไปยังฝั่งจุ๊บโกกีได้  ส่วนฝั่งกัมพูชาอนุญาตให้ประชาชนทุกอำเภอ สามารถข้ามแดนมาติดต่อซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันได้   และทราบว่าฝั่งกัมพูชาได้ทำการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพร้อมยกระดับเป็นจุดผ่านแดนถาวรแล้ว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังเปิดให้ทำการค้าขายกันสัปดาห์ละ 5 วัน คือ วันพุธถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 - 15.00 น.  
     

ส่วนจะมีการยกระดับเป็นด่านผ่านแดนถาวรได้หรือไม่นั้น   ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องก็จะมีการหารือร่วมกันพิจารณาร่วมกันอีกครั้งบุรีรัมย์พ่อค้าแม่ค้าไทย-กัมพูชาเรียกร้องยกระดับช่องสายตะกูเป็นจุดผ่านแดนถาวรกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น