เรือประมงไทยเดือดรุดเเจ้งตำรวจน้ำหลังเจอเรือเวียดนามรุกล้ำอ่าวไทย

ข่าวทั่วไทย20 ต.ค. 2565 • 18:27 น.โดย แวดาโอ๊ะ หะไร
เรือประมงไทยเดือดรุดเเจ้งตำรวจน้ำหลังเจอเรือเวียดนามรุกล้ำอ่าวไทย

ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกี่ยวกับการดำเนินการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมายขาดการรายงานและไร้การควบคุม(IบU FISHING) และการป้องกันการค้ามนุษย์ในภาคประมงภายใต้อำนวยการและสั่งการของ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พลตำรวจตรีพฤทธิพงศ์ นุขนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ ที่ได้มีการสั่งการให้ชุดปฏิบัติการออกปฏิบัติภารกิจปราบปรามการกระทำความผิดทางทะเล

สืบเนื่องวันที่ 18 ตุลาคม 2565 ได้รับแจ้งจากกลุ่มเรือชาวประมงในน่านน้ำไทยว่า พบกลุ่มเรือประมงไร้สัญชาติแอบลักลอบลุกล้ำ เข้ามาทำการประมงในน่านน้ำไทยบริเวณรอยต่อประเทศไทยและมาเลเชีย กองกำกับการ 7 และกองกำกับการ 2 ของกองบังคับการตำรวจน้ำโดย พันตำรวจเอก ปรเมษฐ โพยนอก ผู้กำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจน้ำพันตำรวจเอกนิรัตน์ ช่วยจิตต์ ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจน้ำ ได้มีคำสั่งการให้ พ.ต.ท.นัฐพงษ์ ตาแก้ว รอง ผกก.๗ บก.รน. จัดชุดสืบสวนหาข่าว และจัดเรือตรวจการณ์ในสังกัดของ กองกำกับการ 7 พร้อมเรือลิฟท์ลาดตระเวนระยะไกลของกองกำกับการ ๒ กองบังคับการตำรวจน้ำ ออกลาดตระเวน จับกุม ปราบปรามการกระทำความผิดในทะเล โดยให้เรือตรวจการณ์หมายเลข 531, 528- รน.79,รน.52 ,เรือ RHIB

ซึ่งมี พ.ต.ท.ศรัณย์วิทย์ ระเวช สว.ส.รน.2 กก.7 บก.รน..พ.ต.ท.ภราดร สวัสดี สว.ส.รน. 4 กก.7 บก.รน..ว่าที่ พ.ต.ต.จิรายุทธ์ แก้วด้วง สว.ส.รน.3 กก.9 บก.รน. และ พ.ต.ต.นิวัติ เฉ่งไล่ สว.กก.2 บก.รน. เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการทางทะเล ออกทำการลาดตระเวนในพื้นที่ รับผิดชอบ  

กระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 19 ตุลาคม 2565 บริเวณแลตติจูด 06 องศา 44 ลิปดาเหนือ ลองติจูด 102 องศา *9 ลิปดาตะวันออก ซึ่งอยู่ในทะเลอาณาเขต ตรงกันกับตำบลบางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส ห่างจากปากร่องน้ำบางนราไปทางทิศตะวันออกประมาณ 27 ไมล์ทะเล ได้ตรวจเรือประมงสัญชาติเวียดนาม เข้ามาลักลอบทำการประมงในเขตการทำประมงของไทย และสามารถจับกุมเรือประมงสัญชาติเวียดนามได้จำนวน 1 ลำ ไม่ปรากฏชื่อเรือ โดยมีลูกเรือ จำนวน ุ คน

เบื้องต้นชุดจับกุมได้ตั้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาทั้งหมด ในข้อหาร่วมกันทำการประมงพาณิชย์ในน่านน้ำไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.ก.ประมง พ.ศ.2558 พร้อมด้วย พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522,พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พ.ศ.2482 และ พ.ร.บ.เดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

ทั้งนี้  พื้นที่ อ่าวไทยภาคใต้ ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสงขลา ปัตตานี จนถึงชายแดนไทย-มาเลเชีย จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของ กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจน้ำ มีการลักลอบเข้ามาทำการประมงของเรือประมงสัญชาติ เวียดนาม เป็นจำนวนมาก และบ่อยครั้งที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ ซึ่งปัญหาการลักลอบเข้ามาทำการประมงของเรือประมงผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหน้าที่ความรับผิดชอบที่กองบังคับการตำรวจน้ำตระหนัก และต้องปราบปราม จับกุมอย่างจริงจัง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ของประเทศไทย

                  
ขณะที่ชาวเรือประมงที่ออกหาปลา บอกว่า ช่วงนี้น้ำมันแพงออกเรือแต่ละคร้้งก็แทบจะไม่คุ้มกับค่าน้ำมัน แต่ก็ต้องออกไปเพราะเป็นอาชีพเลี้ยงดูครอบครัวที่สืบทอดกันมา ปลาก็หายาก  ที่หวั่นยิ่งกว่านั้นคือ พวกที่ลุกล้ำอ่าวไทยเข้ามา เราไม่รู้ว่าจุดประสงค์ จะมาหาปลาหรือมาปล้นเรือประมงไทย เลยรีบแจ้งตำรวจน้ำให้ช่วยเหลือ ก่อนจะเกิดเหตุร้ายขึ้น

โดยตำรวจน้ำเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทางทะเลมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของประชาชน "สัญชาติอื่นนี้ เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากร และธรรมชาติของประเทศไทย ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อพี่น้องชาวประมงไทย ซึ่งเป็นอาชีพหลักที่หล่อเลี้ยงต่อประซากรในชาติไทย อีกทั้งเป็นปัญหาระดับโลกในเรื่องการทำการประมงผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหน้าที่ความรับผิดชอบที่กองบังคับการตำรวจน้ำตระหนัก และต้องปราบปราม จับกุมอย่างจริงจัง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ของประเทศไทย