เกษตรยโสธร จัดประชาคมเพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยา เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย

ข่าวทั่วไทย15 ต.ค. 2565 • 10:05 น.
เกษตรยโสธร จัดประชาคมเพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยา เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย

วันที่ 15 ตุลาคม 2565 ที่วัดบ้านทรายงาม หมู่ที่ 5 ตำบลกุดกุง อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร นายนพดล ผุดผ่อง หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต รักษาราชการแทน เกษตรจังหวัดยโสธร พร้อมด้วย นายสุชาติ ปกป้อง เกษตรอำเภอคำเขื่อนแก้ว เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอคำเขื่อนแก้ว ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย สำรวจความเสียหายจากน้ำท่วมในพื้นที่การเกษตร บ้านทรายงาม หมู่ที่ 5 ตำบลกุดกุง อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ทั้งนี้ได้ดำเนินการจัดประชาคมเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช จำนวน 220 ราย พื้นที่ได้รับความเสียหาย 3,026.25 ไร่ เป็นวงเงินช่วยเหลือ 4,012,630 บาท 

นายนพดลฯได้ชี้แจงเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช ว่ายังคงเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2563 และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2564 ทั้งนี้ เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร และปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัย มีพื้นที่เสียหายจริง อยู่ในพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือฯ และให้การช่วยเหลือไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ โดยมีอัตรา ข้าว 1,340 บาทต่อไร่ พืชไร่และพืชผัก 1,980 บาทต่อไร่ ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ 4,048 บาทต่อไร่

นอกจากนี้ นายนพดลฯยังกล่าวอีกว่า กรมส่งเสริมการเกษตร แจ้งให้สำนักงานเกษตรอำเภอและสำนักงานเกษตรจังหวัดได้สำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยกรมฯได้เตรียมความพร้อมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรหลังเหตุอุทกภัยคลี่คลาย ได้มีมาตรการรองรับ ทั้งการเตรียมสำรองพืชพันธุ์ดี ทดแทนต้นพันธุ์ที่ได้รับความเสียหาย ประกอบด้วย เมล็ดพันธุ์พืชผัก 367,400 ซอง ต้นพันธุ์พืชผัก 106,300 ต้น และต้นพันธุ์ไม้ผลไม้ยืนต้น 9,660 ต้น และการเตรียมผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มา ได้แก่ เชื้อพร้อมใช้ 8,200 กิโลกรัม และหัวเชื้อชั้นขยาย 11,500 ขวด ซึ่งเชื้อราไตรโคเดอร์มา สามารถใช้ในการควบคุมโรคพืชได้หลายชนิด ทั้งบริเวณราก ลำต้น และใบ เช่น โรครากเน่าโคนเน่า โรคใบติดของทุเรียน โรคเน่าคอดิน โรคกาบใบแห้งของข้าว โรคเหี่ยว โรคแอนแทรคโนสของพริก โดยสำนักงานเกษตรอำเภอและสำนักงานเกษตรจังหวัดจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรต่อไป