บุรีรัมย์ พร้อมปรับรูปแบบบริการทางการแพทย์ ผ่อนคลายการใช้ชีวิต รองรับประกาศโรคประจำถิ่น
จ.บุรีรัมย์ พร้อมปรับระบบให้บริการทางการแพทย์ หากติดเชื้ออาการไม่รุนแรงก็จะรักษาในรูปแบบผู้ป่วยนอกเป็นหลัก พร้อมผ่อนคลายมาตรการให้สามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติ รองรับการประกาศเป็นโรคประจำถิ่น แต่ยังรุกรณรงค์ให้ ปชช.มารับวัคซีนให้มากที่สุด เพื่อลดความรุนแรงและโอกาสเสี่ยงแพร่เชื้อ ขณะยอดผู้ติดเชื้อและอัตราเสียชีวิตลดลง
( 1 ก.ค.65) ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่ม 608 ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ยังคงเข้ารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั้งที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลประจำอำเภอ โรงพยาบาลประจำจังหวัด รวมถึงสถานที่ที่เปิดให้บริการฉีดวัคซีนนอกสถานที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและลดอัตราความรุนแรงหรือการเสียชีวิตหากติดเชื้อ ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรองรับการประกาศเป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งขณะนี้จ.บุรีรัมย์ มียอดการฉีดวัคซีนกลุ่มเป้าหมายแล้วร้อยละ 65 จากเป้าหมายจะต้องฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ 70 ขณะที่ทางจังหวัดก็ได้มีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตอย่างปกติมากที่สุด ทั้งนี้ยังจะมีการปรับรูปแบบการให้บริการทางการแพทย์สำหรับป่วยหรือผู้ติดเชื้อโควิดที่มีอาการไม่รุนแรง ก็จะรักษาในรูปแบบของผู้ป่วยนอกเป็นหลัก ก็จะทำการตรวจรักษาและจ่ายยาเหมือนกับผู้ป่วยทั่วไป หลังจากที่มีการประกาศเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว
นายแพทย์พิเชษฐ พืชขุนทด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า ในส่วนของ จ.บุรีรัมย์ มีความพร้อมที่จะเข้าสู่การประกาศเป็นโรคประจำถิ่น ไม่ว่าการฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมายร้อยละ โดยเฉพาะกลุ่ม 608 ซึ่งจากข้อมูลพบว่าขณะนี้มีผู้มารับวัคซีนแล้ว 65 เปอร์เซ็นต์ ภาพรวมทุกกลุ่ม 45 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอัตราการเสียชีวิตของจังหวัดบุรีรัมย์หากเทียบกับจังหวัดอื่นถือว่าน้อยมาก ขณะที่เตียงรองรับผู้ป่วยก็เพียงพอ ภาพรวมทั้งจังหวัดมีผู้ป่วยครองเตียงไม่ถึง 200 คน
สำหรับการใส่หน้ากากอนามัยในขณะนี้ขอแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่อยู่ในพื้นที่คนหมู่มาก ไม่สามารถรักษาระยะห่างได้ ส่วนการจัดงานประเพณีต่างๆ ก็ยังต้องมีการแจ้งนายอำเภอเพื่อปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน ลดโอกาสการแพร่ระบาดของเชื้อ ส่วนระบบทางการแพทย์หากประกาศเป็นโรคประจำถิ่นอย่างเป็นทางการแล้ว ก็จะปรับการรักษาเป็นรูปแบบผู้ป่วยนอก สามารถรับยาได้ที่หน่วยบริการ และใช้สิทธิ์ตามที่ตนเองได้รับไม่ว่าจะเป็น สิทธิ์ข้าราชการ, ประกันสังคม หรือสิทธิบัตรทอง ส่วนผู้ป่วยที่อยู่ในระดับรุนแรงจะได้รับการรักษาในรูปแบบ UCEP ซึ่งสามารถรักษาที่ใดก็ได้