นายกฯส่งเสริมท่องเที่ยวศรีสะเกษช่วยเด็กศูนย์สงเคราะห์ฯ และบ้านพักเด็กและครอบครัวที่ประสบน้ำท่วม

ข่าวทั่วไทย19 ต.ค. 2565 • 18:22 น.
นายกฯส่งเสริมท่องเที่ยวศรีสะเกษช่วยเด็กศูนย์สงเคราะห์ฯ และบ้านพักเด็กและครอบครัวที่ประสบน้ำท่วม

วันที่ 19 ตุลาคม 2565 เวลา 11.00 น. ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์  นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวศรีสะเกษ  ได้ไปที่โรงอาหาร ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดศรีสะเกษ  เพื่อนำขนมเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบให้นางสาวอัญชลี จิตรเสนาะ ผู้อำนวยการศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษให้นำไปแจกจ่ายให้เด็กที่อยู่ในความอุปการะ จำนวนกว่า 40 คน และมอบให้กับนางสาวเกษศิรินทร์  บุญเชิญ   หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวนำไปมอบให้เด็กในอุปการะจำนวน  4 ครอบครัว

โดยมีนางนิภา   คงเพชร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ศรีสะเกษ   นางสาวจารุวรินทร์  ธนาชนะสิทธิ์  ผอ.ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดศรีสะเกษ นางอนงค์นาฏ เมธีกุล  ผู้ปกครองสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งปรือใหญ่  พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคตะวันออกเฉียงเหนือและข้าราชการเจ้าหน้าที่ของสำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งหมดเข้าร่วม  เพราะขณะนี้หน่วยงานของ พมจ. ประสบสภาวะน้ำท่วมที่ทำงาน จึงได้ย้ายสำนักงานมาอยู่ที่ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดศรีสะเกษเป็นการชั่วคราว

ด้าน ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวศรีสะเกษ กล่าวว่า ได้ร่วมทำงานสงเคราะห์ช่วยเหลือร่วมกับสำนักพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เห็นภาระงานของ พมจ.ที่ต้องแก้ไขปัญหาสังคม ให้ประชาชนมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต มีหลายกรมกองที่ให้บริการสวัสดิการและการคุ้มครอง เพื่อช่วยประชาชนที่มีปัญหาให้ช่วยเหลือตนเองและครอบครัวได้    

ซึ่งการนำขนมขบเคี้ยวมามอบเสริมให้ ผอ.ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพเยาวชนและหัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวนำไปแจกเด็กเพราะเห็นว่าเป็นหน่วยงานที่รับเด็กตั้งแต่แรกเกิดและครอบครัวที่ประสบปัญหาทางสังคม เช่นเด็กที่แม่คลอดแล้วทิ้ง  เด็กที่ไม่มีผู้ปกครองดูแล เด็กเร่ร่อน นำมาเลี้ยงดู -คุ้มครองสวัสดิภาพ  สงเคราะห์ บำบัด อบรม และส่งฝึกอาชีพ ที่ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพเยาวชนเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้  และหน่วยงานเหล่านี้มีงบประมาณในการจัดหาอาหารให้ผู้รับได้น้อยมาก วันละประมาณสี่สิบกว่าบาทสำหรับการจัดหาอาหารสามมื้อ  ดังนั้นทางภาคเอกชนจึงอยากช่วยให้กำลังใจเด็กในความดูแลทุกคนให้มีสิ่งบันเทิงใจช่วยได้ไม่มากนัก แต่ก็สร้างกำลังใจให้เด็กได้ว่ามีผู้ห่วงใยและต้องการให้เป็นคนดีของสังคม