สตูลแข่งกินจำปาดะและแข่งทอดจำปาดะผลไม้พื้นถิ่นมีปีละครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ในงานวันจำปาดะผลไม้และของดีอำเภอควนโดน ที่อบต.วังประจัน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล มีการจัดการแข่งขันกินจำปาดะ งานนี้กินเร็ว กินจุ กินสะอาด รับเงินรางวัลไปเลย โดยปีนี้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้มีจำนวน 7 คนและจะต้องทำเวลาให้เร็วที่สุดตามที่คณะกรรมการกำหนดคือ 3 นาที จะต้องกินจำปาดะพันธุ์พื้นเมือง พืช GI ของจังหวัดสตูลให้หมด โดยกรรมการได้เตรียมจำปาดะไว้ให้คนละ 1 กิโลกรัม พร้อมน้ำ 2 ขวด
ซึ่งงานนี้มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งชายหญิงที่อาสามาเป็นผู้พิชิตความเร็ว ทันทีที่เกมการแข่งขันเริ่มขึ้นหนุ่มใหญ่เสื้อดำ ก็โชว์ลีลาการกินนำหน้าเพื่อนๆ ร่วมการแข่งขันคนอื่นไปอย่างช่ำชอง และแล้วเขาก็สามารถที่จะชนะการแข่งขันด้วยเวลา 2 นาที 40 วินาที กับจำปาดะ 1 กิโลกรัม คว้าเงินรางวัลไปเลยจำนวน 800 บาทกับเกมแข่งกินจำปาดะในครั้งนี้
ด้านนายดลรอหมาน สกุลา อายุ 43 ปี ชาวควนสตอ อำเภอควนโดนจังหวัดสตูล ผู้ชนะการแข่งขันกินจำปาดะ บอกว่า ตนได้คว้ารางวัลที่ 1 ปีนี้เป็นปีที่ 4 ปีแล้ว ด้วยเวลาเป็นที่น่าพอใจ โดยก่อนหน้านี้จะมาร่วมกันแข่งขันเพื่อที่จะรักษาแชมป์การกินไว้ได้สุ่มซ้อมมาก่อนด้วย ส่วนตัวเป็นคนที่ชื่นชอบกินผลไม้ชนิดนี้มาก เคล็ดลับคือกินให้ไวไม่มีอะไรมาก
สำหรับจำปาดะเป็นผลไม้ประจำถิ่นของจังหวัดสตูลโดยมีปลูกมากที่สุดในอำเภอควนโดน คือ 600 ไร่ และได้รับการยกย่องเป็นพืช Gi สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ นอกจากจะทานสดได้แล้วจำปาดะอย่างสามารถนำมาแต่รูปเป็นอาหารชนิดต่างๆ โดยเฉพาะทอด ทางอบต.วังประจัน จึงจัดกิจกรรมที่หลากหลายเกี่ยวกับจำปาดะ ทั้งการแข่งขันสานโคร๊ะ และกิจกรรมก็มีการจัดการแข่งขัน การทอดจำปาดะ เพื่อที่จะเป็นการส่งเสริมการทานผลไม้พื้นถิ่น การยกระดับคุณภาพของอาหารให้เป็นที่รู้จัก และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างความสนุกสนานและความสุขให้กับผู้เข้าร่วมการแข่งขันและคนในชุมชน
โดยราคาผลไม้จำปาดะปีนี้ เกษตรกรพึงพอใจเป็นอย่างมากเนื่องจากมีราคาดี แต่ผลผลิตอาจจะน้อยไปหน่อยเนื่องจากเป็นภัยแล้ง โดยราคาพันพื้นเมืองอยู่ที่กิโลกรัมละ 30-35 บาทเป็นราคาหน้าสวน ส่วนพันธุ์ขึ้นชื่ออย่างพันธุ์ขวัญสตูล,พันธุ์วังทอง ,ทองเกษตร ขณะที่ผลจำปาดะ มีลักษณะคล้ายขนุน แต่ไม่ใช่ รูปทรงกระบอก ขนาดตั้งแต่ 20-35 เซนติเมตร กว้างประมาณ 15 เซนติเมตร ผลอ่อนจะมีสีน้ำตาลปนเหลือง ผลอ่อน เปลือกจะแข็ง มียางมาก ส่วนผลสุกจะเปลือกนิ่มและมียางน้อยลง เนื้อมีกลิ่นหอมแรงและมีรสชาติหวานจัด โดย 1 ผลจะมีน้ำหนักรวมอยู่ระหว่าง 600-3,500 กรัม แต่ส่วนของเนื้อที่รับประทานได้จะมีน้ำหนักประมาณ 100-1,200 กรัม ผลผลิตจะมีปีละครั้งโดยจะออกในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม