ทรายโผล่กลางแม่น้ำชี หลังเขื่อนยโสธร-พนมไพรกักเก็บน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภค
วันที่ 12 ม.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เขื่อนยโสธร-พนมไพรทำการปิดประตูระบายน้ำทั้ง 8 บาน เพื่อกักเก็บน้ำเอาไว้เพื่อการอุปโภคบริโภคให้เพียงพอ หลังจากพบว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำชีขณะนี้มีปริมาณเหลือน้อยและมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องซึ่งเขื่อนยโสธร-พนมไพร ซึ่งเป็นเขื่อนที่กั้นแม่น้ำชีอยู่ในพื้นที่ตำบลเขื่องคำ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ต้องทำการปิดประตูระบายน้ำลงทั้ง 8 บาน เพื่อทำการกักเก็บน้ำในแม่น้ำชีเอาไว้เพื่อใช้สำหรับทำการเกษตรและการอุปโภคบริโภคให้เพียงพอโดยเฉพาะการใช้น้ำดิบไปผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดยโสธรที่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำดิบจากแม่น้ำชีสูบขึ้นผลิตน้ำประปาเพื่อส่งให้กับประชาชนในเขตเทศบาลเมืองยโสธรได้ใช้น้ำอย่างเพียงพอ
เนื่องจากขณะนี้พบว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำชีมีปริมาณน้ำลดต่ำลงทุกวัน ซึ่งปัจจุบันปริมาณน้ำในแม่น้ำชีที่เขื่อนยโสธร-พนมไพรเหลืออยู่ประมาณ 53.032 เปอร์เซ็นต์ ของความจุเขื่อนฯ โดยขณะนี้ปริมาณน้ำชีที่บริเวณหน้าเขื่อนยโสธร-พนมไพร ปริมาณน้ำ 123.75 เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง ท้ายเขื่อนฯ 117.90 เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง ยกบานประตูระบายน้ำสูง 5 เซนติเมตร ทั้ง 8 บาน เพื่อรักษาระบบนิเวศและความสมดุลของปริมาณน้ำทั้งหน้าเขื่อนและท้ายเขื่อนฯความจุเขื่อนกักเก็บ 10.32 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 53.032 เปอร์เซ็นต์ของความจุและหลังจากที่มีการปิดประตูระบายน้ำของเขื่อนยโสธร-พนมไพร เอาไว้ได้ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำชีด้านท้ายเขื่อนลงไปปริมาณน้ำแห้งขอดเป็นช่วงๆจนมองเห็นพื้นทรายโผล่กลางแม่น้ำชีและสามารถเดินข้ามไปมาได้ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านที่อยู่ทางด้านท้ายเขื่อนยโสธร-พนมไพรได้ไม่มีปริมาณน้ำเพียงพอในการทำการเกษตรโดยเฉพาะการทำนาปรังรวมทั้งอุปโภคบริโภคอีกด้วย