แกนนำต้านโกงประจวบฯเซ็งหน่วยงานรัฐเมินเก็บซากเสาไฟต้นละ 8 หมื่นในสถานที่จัดงานลอยกระทงจ่อร้องมาตรา 157

ข่าวทั่วไทย27 พ.ย. 2566 • 04:41 น.โดย พิสิษฐ์ รื่นเกษม
แกนนำต้านโกงประจวบฯเซ็งหน่วยงานรัฐเมินเก็บซากเสาไฟต้นละ 8 หมื่นในสถานที่จัดงานลอยกระทงจ่อร้องมาตรา 157

วันที่   27  พฤศจิกายน 2566 จ่าอากาศเอกเสกสรรค์ จันทร แกนนำเครือข่ายประชาชนต่อต้านการคอร์รัปชั่น จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีเสาไฟประติมากรรมสับปะรดต้นละ  8 หมื่นบาท  หักโค่นที่สันเขื่อนอ่าวประจวบฯ ริมถนนเลียบหาดใกล้สำนักงานเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่  26 พฤศจิกายน 2566  จึงไปตรวจสอบ พร้อมแจ้งให้สื่อมวลชนทราบ  เนื่องจากเกรงอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว  โดยบริเวณดังกล่าวจะมีการจัดงานลอยกระทงในค่ำคืนนี้   แต่ล่าสุดช่วงเช้าวันที่ 27 พฤศจิกายน เวลา 08.00 น.เสาไฟสับปะรดยังกองทิ้งเป็นเศษซากที่สันเขื่อน โดยไม่ได้รับความสนใจจากสำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้ใช้งบพัฒนาจังหวัดตั้งแต่ปี 2556 สำนักงานโยธาธิการจังหวัด ซึ่งออกแบบและจัดซื้อจัดจ้างเพื่อติดตั้งเสาไฟสับปะรดดังกล่าวตั้งแต่สะพานสราญวิถีถึงสะพานคลองบางนางรมระยะทาง 500  เมตร แต่ที่ผ่านมาไม่มีงบในการซ่อม เสาไฟสูญหาย  24 ต้น   เนื่องจากยังไม่ได้ถ่ายโอนภารกิจให้เทศบาลเมืองประจวบฯ รับไปดูแล  

จ่าอากาศเอกเสกสรรค์  กล่าวอีกว่า  เมื่อวันที่  9 สิงหาคม 2566  เครือข่ายฯร่วมกับตัวแทนสื่อมวลชนเข้าพบนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  หัวหน้าประชาสัมพันธ์จังหวัด  ที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อยื่นหนังสือลงนามโดยประธานชมรมสื่อมวลชนขอให้เชิญ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด หัวหน้าสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานปกครองท้องถิ่น  นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์  ชี้แจงการใช้งบประมาณในการจัดสร้างเสาไฟฟ้าสับปะรดตลอดแนวชายหาดอ่าวประจวบฯความยาว 8 กิโลเมตร เนื่องจากปัจจุบันไฟแสงสว่างจากเสาไฟสับปะรดสามารถใช้งานได้เพียงบางพื้นที่เท่านั้น นอกจากนั้นมีเสาไฟสูญหายจำนวนมาก แต่ไม่พบว่ามีทะเบียนคุมพัสดุ   เสาไฟที่ชำรุดบางส่วนมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งการนำไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่า ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม  2566  ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดรับเป็นเจ้าของทรัพย์สิน 

สำหรับกรณีเสาไฟฟ้ายังไม่มีหน่วยงานใด ยอมรับเป็นเจ้าของ  หลังจากโยธาฯอ้างว่าส่งมอบให้เทศบาลแล้วนานกว่า 9 ปี แต่เทศบาลแจ้งว่าการส่งมอบเป็นโมฆะโดยไม่ได้นำไปผ่านความเห็นจากสภาเทศบาลจะมีการ้องเรียนถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.  สำหรับการยื่นหนังสือดังกล่าว ทราบว่ายังไม่มีหน่วยงานในจังหวัดมีการชี้แจงข้อเท็จจริงตามที่มีสื่อสอบถาม  ทั้งที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมข้อมูล ข้อเท็จจริง เพื่อชี้แจงให้สื่อมวลชนรับทราบและนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องมีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ทั้งนี้ จ่าอาอาศเอกเสกสรรค์ กล่าวว่า เครือข่ายฯจะติดตามกรณีเสาไฟสับปะรดสูญหายเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 ซึ่งได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบฯหลังจากพบเสาไฟสับปะรดกองทิ้งไว้ที่บ่อบำบัดน้ำเสีย ไม่มีหน่วยงานใดรับเป็นเจ้าของ โดยพบว่าก่อนหน้านั้นมีการนำไปขายที่ร้านเชียงกงแห่งหนึ่ง เจ้าของกิจการแจ้งว่าได้รับซื้อถูกต้องมีการบันทึกคลิปภาพไว้เป็นหลักฐาน  แต่ต่อมาอ้างว่ากล้องวงจรปิดเสียหาย โดยมีเบาะแสเจ้าหน้าที่รัฐนำเสาไฟใส่รถกระเช้าสีส้มขององค์กรปกครองท้องถิ่นแห่งหนึ่งไปขายที่เชียงกงราคา 700  บาท   ต่อมาหน่วยงานต้นสังกัดมีการสอบสวนข้อเท็จจริง มีการตัดเงินเดือนคนงานที่เกี่ยวข้อง แต่หน่วยงานดังกล่าวไม่ได้ส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ขณะที่สำนักงานโยธา สำนักงานจังหวัดไม่ได้มอบอำนาจให้ผู้ใดไปแจ้งดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ของทางราชการ ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 

ด้าน นายพิศิษฐ์ รื่นเกษม ประธานชมรมสื่อมวลชนฯ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า หลังจากตัวแทนสื่อยื่นหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากหน่วยงานใดขัดข้อง โปรดแจ้งเหตุผลให้ทราบภายใน 7 วัน  แต่ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดประสานงานเพื่อชี้แจงแต่อย่าง เนื่องจากการทำหน้าที่ของสื่อต้องเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ให้ประชาชนและผู้สนใจได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน  โดยหน่วยงานรัฐควรใช้งบประมาณ และทำหน้าที่ด้วยความโปร่งใส เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมตามหลักธรรมาภิบาล