สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแพร่ -อุตรดิตถ์เชื่อมโยงเส้นทางลอยฟ้า
วันที่ 27 กรกฎาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ทางสภาอุตสหกรรมท่องเที่ยว 2 จังหวัดจับมือเปิดเส้นทางลอยฟ้า ท่องเที่ยวหน้าฝน เส้นทางธรรมชาติ ซึ่ง นางเสาวลักษณ์ วิสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ได้ร่วมบูรณาการกับจังหวัดอุตรดิตถ์ โดย มีนายกิติพงษ์ วิรุฬศรี นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือและประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้จัดทริปเส้นทางลอยฟ้า เชื่อมโยงการท่องเที่ยวสองจังหวัด
ทั้งนี้ เส้นทางดังกล่าว เชื่อมโยงจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ตามเส้นทางผ่านอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา และปรับปรุง ในเรื่องความสะดวกในการเดินทาง สำหรับการท่องเที่ยวในหน้าฝน จะสวยงามมาก เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ตลอดสองข้างทาง มีต้นเฟิร์นยักษ์มหาสดัม เกิดขึ้นจำนวนมาก และมีขนาดใหญ่
ในส่วนของปลายฝนต้นหน้า ประมาณเดือนมกราคม –กุมภาพันธ์ พืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนเส้นทางนี้ คือต้นงวม ที่มีราคาแพงถ้าออกต้นฤดูกาล เป็นพืชที่นอกจากจะออกดอกสวยงามเต็มภูเขา เป็นอีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชมและสัมผัสวิถีชีวิตของคนในชุมชน นอกจากเส้นทางธรรมชาติแล้ว เส้นทางนี้ยังมีทุเรียนพันธ์หมอนทองที่ขึ้นชื่อ มีต้นทุเรียนที่มีความสูงและอายุมาก ลักษณะของลูกทุเรียนจะเป็นพันธ์ลูกใหญ่เนื้อดี คัดสรร นำมาจำหน่ายนักท่องเที่ยวที่ใช้เส้นทางนี้ในการท่องเที่ยวชมธรรมชาติ ถึงแม้จะเป็นฤดูฝน แต่ขณะนี้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้อยู่ระหว่างการพัฒนาเส้นทางดังกล่าว เพื่อเปิดเส้นทางให้สะดวกในการเดินทาง เชื่อมต่อระหว่างสองจังหวัด ที่เป็นจุดเด่นอีกเรื่อง คือการตักบาตรบนเมก ทุกวันพุธ เมก คือกำแพงเมืองเก่า ที่ล้อมรอบตัวเมืองแพร่ ในอดีต และในปัจจุบัน การตักบาตรบนเมก มีอยู่ ณ จุดเมก บริเวณน้ำคือ ตลาดสดเทศบาลเมืองแพร่ มีกิจกรรมทุกวันพุธ
ขณะที่ นายกิติพงษ์ วิรุฬศรี นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือและประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า คณะนักท่องเที่ยวที่มาเปิเส้นทางท่องเที่ยวถนนลอยฟ้า เชื่อมต่อระหว่าง อุตรดิตถ์ แพร่ คณะนี้ มีจำนวน 30 คน เดินทางด้วยรถยนต์ผ่านทางอำเภอท่าปลา เข้าสู่หมู่บ้านนางพญา นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับวิถีชีวิต ของชุมชนนางพญา ที่เป็นแหล่งปลูกทุเรียน พันธ์หลง หลิน หมอนทอง เงาะ และลองกอง ผลิตในชุมชน ส่งออกจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน และพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม การเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว อุตาดิตถ์ แพร่ จึงสอดคล้องกันในเรื่องของ ธรรมชาติ วิถีชีวิต ชุมชนมีรายได้จากต้นทุนของชุมชนที่มีมาแต่เดิม และต่อยอดให้เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติสองจังหวัด