ศูนย์ช่วยเหลือฯจังหวัดยโสธรเข้าพบครอบครัวแรงงานอิสราเอลจำนวน 30 ราย ชี้แจงแนวทางเยียวยาและช่วยเหลือ
วันที่ 31 ต.ค.66 นางอาภรณ์ สีสา แรงงานจังหวัดยโสธรกล่าวว่าตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณฺความไม่สงบในอิสราเอลที่มีแนวโน้มจะมีความรุนแรงยิ่งขึ้น และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและความปลอดภัยของแรงงานไทยในอิสราเอล รวมถึงมีความเป็นไปได้ว่า การสู้รบจะขยายพื้นที่ซึ่งอาจส่งผลต่อการเดินทางภายในประเทศ และกระทบต่อกระบวนการอพยพอย่างมีนัยสำคัญ
ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้รับบัญชาจากนายกรัฐมนตรี ให้เร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์กับครอบครัวและญาติของแรงงานไทย ให้เร่งตัดสินใจเดินทางกลับมายังประเทศไทยโดยเร็วที่สุด โดยรัฐบาลจะอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับ พร้อมทั้งออกมาตรการเยียวยาหาทางลดภาระต่าง ๆ อย่างเต็มที่ เช่น สิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ กรณีภัยสงคราม 15,000 บาท การบรรเทาปัญหาภาระหนี้สินด้วยการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (0.1%) ระยะยาว วงเงิน 150,000 บาท การเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากอิสราเอลถึงประเทศไทยกรณีเดินทางกลับเอง ตลอดจนการจัดหาตำแหน่งงานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เป็นต้น นั้น
ล่าสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2566 หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดยโสธร ภายใต้ศูนย์ช่วยเหลือและติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอลจังหวัดยโสธร ได้เข้าพบครอบครัวของแรงงานไทยที่ยังคงทำงานในอิสราเอล จำนวน 30 ราย ในพื้นที่อำเภอเลิงนกทา 6 ราย อำเภอคำเขื่อนแก้ว 11 ราย อำเภอกุดชุม 2 ราย และอำเภอมหาชนะชัย 11 ราย นำความห่วงใยจากรัฐบาลและผู้บริหารทุกระดับ ตลอดจนชี้แจงแนวโน้มสถานการณ์ในอิสราเอล รวมทั้งมาตรการช่วยเหลือเยียวยา ต่าง ๆ ของรัฐบาลแจ้งต่อญาติ และได้พูดคุยกับแรงงานไทยในประเทศอิสราเอลทั้งผ่านวีดีโอคอลโดยตรงและญาติ เพื่อขอให้เร่งตัดสินใจและเดินทางกลับประเทศโดยเร็วปรากฏว่าเดินทางกลับมาก่อนสงคราม 5 คน ยืนยันเดินทางกลับ 6 คน
ไม่ขอกลับ 6 คนและอยู่ระหว่างตัดสินใจอีก 13 ราย