ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรีติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–เมียนมาฝั่งระนองเตรียมพร้อม 24 ชม.
ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย – เมียนมา ด้านจังหวัดระนอง เตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมงแม้ทหารรัฐบาลเมียนมาสามารถยึดหมู่บ้านคืนจากกองกำลังไม่ทราบฝ่ายได้แล้ว แต่ก็คงยังมีการยิงปะทะกันอย่างประปราย
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 พลตรี วรเดช เดชรักษา ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี เดินทางลงพื้นที่ชายแดนไทย - เมียนมา ด้านอำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง พร้อมได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจพื้นที่ตลอดแนวชายแดนไทย - เมียนมา ในพื้นที่ของ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยบริเวณแนวชายแดน หากเมื่อสำรวจพบความผิดปกติได้ดำเนินการแก้ไขและสกัดกั้นทันท่วงที
จากนั้นเข้ารับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ ณ ห้องยุทธการชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4105 บ้านน้ำทุ่น ตำบลปากจั่น อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง และร่วมหารือข้อราชการต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ ที่อาจจะส่งผลกระทบเข้ามายังฝั่งประเทศไทย และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวไทย ในพื้นที่ตามแนวชายแดน โดยมี พันเอก ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 นายประภาส ขุนพิทักษ์ นายอำเภอกระบุรี และผู้เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ และเข้าร่วมประชุมสรุปรายงานสถานการณ์
ก่อนออกเดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานให้กำลังใจกับชุดลาดตระเวนและชุดเฝ้าตรวจตามแนวชายแดน บริเวณช่องเจ้าจอก หมู่ที่ 8 บ้านหาดตุ่น ตำบลปากจั่น อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านหวายแดง ตำบลหมาราง กิ่ง อำเภอเขม่าจี จังหวัดเกาะสอง ประเทศเมียนมา ที่มีแม่น้ำกระบุรีแบ่งเขตแดน โดยเน้นย้ำให้ยกระดับเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ ช่องทางท่าข้าม ที่ลุยข้าม, การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด, การปิดกั้นช่องทางที่ไม่ถูกกฎหมาย เพื่อป้องกันกองกำลังไม่ทราบฝ่ายและประชาชนชาวเมียนมาลักลอบเข้ามายังฝั่งประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ทั้งนี้ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ใช้กำลังทั้งหมดที่มีอยู่ในการลาดตระเวนและวางกำลังป้องกันชายแดน เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย
โดยให้ยึดถือแนวทางกฎการใช้กำลังของ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และแนวทางของผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 4 อย่างเคร่งครัด ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจห้ามประชาชนชาวไทยในพื้นที่ลักลอบผ่านเข้า – ออก ตามแนวชายแดนเป็นอันขาด และขอความร่วมมือต่อพี่น้องชาวไทยที่อยู่ใกล้แนวสู้รบบริเวณบ้านน้ำทุ่นและช่องเจ้าจอก อย่าเข้าไปในพื้นที่ในห้วงเวลาที่มีการสู้รบ รวมไปถึงการสัญจร การใช้เส้นทางในพื้นที่บ้านน้ำทุ่น ช่องเจ้าจอก และ บ้านหาดตุ่น หมู่ที่ 8 ตำบลปากจั่น อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง รวมทั้งให้หน่วยใช้มาตรการคุมเข้มตลอดแนวชายแดน เตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
โอกาสนี้ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี ได้ตรวจเยี่ยมผู้หนีภัยจากความไม่สงบชาวเมียนมา บริเวณพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวบ้านปากกระ หมู่ที่ 8 ต.ปากจั่น อ.กระบุรี ซึ่งมีทั้งเด็ก สตรี ผู้ชาย ผู้สูงอายุ รวมประมาณ 200 คน พร้อมยืนยันว่า เมื่อเหตุการณ์สงบและมีความปลอดภัยแล้ว ก็จะให้ผู้หนีภัยกลับภูมิลำเนาโดยเร็ว ทั้งนี้ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคผ่านนายอำเภอกระบุรี เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ผู้หนีภัยเพื่อช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมต่อไปด้วย
ซึ่ง พลตรี วรเดช เดชรักษา ผู้บัญชาการกองกำลังเทพสตรี กล่าวว่า ตนเดินทางมาเพื่อรับทราบสถานการณ์และให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานป้องกันชายแดนที่อยู่ส่วนหน้าทุกภาคส่วนทั้งกำลังทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมทั้งให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยได้เน้นย้ำให้กำลังพลเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และให้ปฏิบัติตามนโยบายของกองทัพบก และผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาอื่น ๆ ที่อาจจะแทรกซ้อนขึ้นมาได้ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ที่อยู่ชายแดนด้านจังหวัดระนองถือว่าเกิดขึ้นครั้งแรก ขณะนี้ทางทหารรัฐบาลเมียนมาได้ยึดหมู่บ้านคืนจากกองกำลังไม่ทราบฝ่ายแล้ว แต่ก็ยังมีการใช้ปืน ค. และปืนเล็กยาวยิงปะทะกันเป็นระยะ สามารถได้ยินเสียงปืนอย่างชัดเจน ส่วนที่มีการยิงกระสุนหนักและหัวกระสุนอาร์พีจีตกเข้ามาในฝั่งไทย ได้มีการทำหนังสือประท้วงไปยังทางการเมียนมา ผ่านคณะกรรมการประสานงานชายแดนส่วนท้องถิ่น (TBC) แล้ว