"มนพร" เจอศึกหนัก!! "สหายแสง" รุกข้ามเขตหวังล้มแชมป์ ส่งเมียลงแทน

ข่าวทั่วไทย21 ก.พ. 2566 • 13:14 น.โดย ปิยพงศ์ โพชะราช
"มนพร" เจอศึกหนัก!! "สหายแสง" รุกข้ามเขตหวังล้มแชมป์ ส่งเมียลงแทน

วันที่ 21 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ความเคลื่อนไหวทางการเมืองเริ่มคึกคัก หลังมีความชัดเจนนับถอยหลังเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร โดยมีการวางไทม์ไลน์ตามปฏิทินการเลือกตั้ง ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2566 ทำให้พรรคการเมือง ต่างเร่งวางตัวผู้สมัคร เพื่อสร้างคะแนนนิยม ในพื้นที่ ทั้ง 4 เขต เลือกตั้ง ของ จ.นครพนม โดยเฉพาะพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล อย่างพรรคภูมิใจไทย ที่มีทั้งฐานอำนาจการเมือง มีบารมี ในฐานะฝ่ายร่วมรัฐบาล ต่างปรับกลยุทธ์ เตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง เพื่อวัดบารมีกระแสความนิยม ของพรรคเพื่อไทย ที่มีฐานที่มั่นเหนียวแน่นมายาวนานในพื้นที่ จ.นครพนม

สำหรับเขตเลือกตั้งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ เขตเลือกตั้งที่ 2 มี อ.เมืองนครพนม เป็นหลัก รวมถึง อ.ท่าอุเทน และ อ.โพนสวรรค์ เนื่องจากการเลือกตั้ง ครั้งนี้ สหายแสง นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ได้วางแผนสู้ศึกเลือกตั้งเชิงรุก มีการประกาศตัว ย้ายเขตเลือกตั้งจากพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.ศรีสงคราม บ้านเกิด อ.บ้านแพง อ.นาทม และ อ.นาหว้า เตรียมลงสมัคร ส.ส.ในพื้นที่ เขตเลือกตั้งที่ 2 ชนกับ ดร.มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย แชมป์เก่า เชื่อว่าหวังล้มแชมป์ พร้อม ส่ง นางพูนสุข โพธิ์สุ อดีตข้าราชการครู รวมถึงเคยเป็นอดีต รอง นายก อบจ.นครพนม ลงสมัคร เขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคภูมิใจไทย แทน ชนกับ ดร.ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 พรรคเพื่อไทย เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยปรับกลยุทธ หวังกวาดที่นั้ง ทั้ง 4 เขต จากบารมีพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึง มีฐานที่มั่นการเมืองท้องถิ่น หลังจาก นางสาวศุภพานี โพธิ์สุ นายก อบจ.นครพนม ชนะการเลือกตั้ง นายก อบจ. เมื่อปี 2564 ล้มแชมป์เก่า คือ ดร.สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม ทั้งที่สมัครในนามพรรคเพื่อไทย  แสดงออกถึงฐานบารมีการเมืองพรรคภูมิใจไทย ของ นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย มีผลต่อการเลือกตั้ง นายก อบจ.นครพนม ทำให้มีการปรับกลยุทธ์ ที่จะข้ามเขตสมัคร ส.ส. จากเขตเลือกตั้งที่ 1 มาลงสมัคร เขต 2 เพื่อล้มแชมป์เก่า และกวาดที่นั่ง ส.ส. ให้ครบทั้ง 4 เขต

นอกจากนี้ ยังได้ดึงเอาอดีต ส.ส. อีก 2 คน มาร่วมทีม สร้างฐานคะแนนบารมีในเขตเลือกตั้งที่ 3 คือ นายแพทย์ อลงกต มณีกาศ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน เคยสมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 3 นครพนม พ่ายการเลือกตั้ง ทำให้ครั้งนี้ ยอมร่วมทีมกับ ครูแก้ว ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ชนกับ ดร.ไพจิต ศรีวรขาน อดีต ส.ส. แชมป์ตลอดกาล พรรคเพื่อไทย 12 สมัย ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 4 พรรคภูมิใจไทย ได้ส่ง นายชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย เขต 4 นครพนม ที่เคยย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ผ่านมา  แต่พ่ายการเลือกตั้ง รอบนี้หวังล้างตา ลงสมัครในนาม พรรคภูมิใจไทย เขต 4 นครพนม ชนกับ นายณพจน์สกร ทรัพยสิทธิ์  ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 นครพนม เพื่อไทย รวมถึง นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส. เพื่อไทย เขต 4 นครพนม หลังย้ายไปสังกัดพรรคไทยสร้างไทย นอกจากนี้ยังมีคู่แข่งคนสำคัญ คือ ดร.สมชอบ นิติพจน์ อดีต นายก อบจ.นครพนม ที่ยอมทิ้งเพื่อไทย ไปสมัคร ส.ส. เขต 4 นครพนม ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ ถือเป็นศึกหนักของ พรรคเพื่อไทย หาก  นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย สามารถดึงคะแนนนิยมได้ทั้ง 4 เขต รวมถึง เรียกฐานคะแนนนิยมจากบารมีลูกสาว นายก อบจ.นครพนม ได้สำเร็จ คงยากที่พรรคเพื่อไทย จะเดินสู่ฝันแลนด์สไลน์ แต่หากประชาชนยังยึดติดกับ ความเป็นประชาธิปไตย และเชื่อมั่นในผลงานพรรคเพื่อไทย ที่ชนะการเลือกตั้งมาทุกยุคทุกสมัย แต่มาพ่ายการเลือกตั้ง จากอำนาจเผด็จการ รัฐประหาร และหากประชาชน แยกแยะชัดแจน ระหว่างพรรคประชาธิปไตย กับฝ่ายเผด็จการ และหันมาสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตย โอกาสที่พรรค ภูมิใจไทย หรือ พรรคพลังประชารัฐ จะกวาดที่นั่ง ทั้ง 4 เขต ในพื้นที่ นครพนม คงยาก หรืออาจไม่ได้แม้แต่ที่นั่งเดียว สำหรับพรรคฝ่ายเผด็จการ ขึ้นอยู่กับประชาชน จะตัดสินเลือกข้างไหน ระหว่างประชาธิปไตย กับฝ่ายเผด็จการ เพราะพรรคภูมิใจไทย เคยประกาศตัวจะไม่ร่วมเผด็จการมาก่อน สุดท้ายกลืนน้ำลายตัวเอง