เจ้าท่าพัทยาชี้ชายหาดจอมเทียนเทียบ “ไมอามี่ บีช” หลังเปิดเฟส 2 เสริมทรายกว้าง 50 เมตร รวมระยะทางกว่า 5 กม.
วันนี้ (13 ม.ค.66) นายเอกราช สุคันธโร ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าถูมิภาคพัทยา เปิดเผยในที่ประ ชุมสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ที่เชิญมาชี้แจงความคืบหน้าในการเสริมทรายชายหาดจอมเทียน ที่กรมเจ้าท่ารับเป็นเจ้าภาพดำเนินการเพื่อลดผลกระทบเรื่องการกัดเซาะ และเสริมพื้นที่นันทนาการส่ง เสริมการท่องเที่ยว
นายเอกราช กล่าวว่าหลังจากที่ทางกรมเจ้าท่าอุดหนุนงบประมาณ 40 กว่าล้านบาทเพื่อเสริมทรายชายหาดพัทยา ซึ่งพบว่ามีนัยยะของการกัดเซาะจากน้ำทะเลอย่างรุนแรง โดยหากปล่อยไว้อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวได้จึงทำการว่าจ้างผู้รับเหมามาทำการเสริมทรายตลอดแนวระยะทางกว่า 2.8 กม.ในความกว้าง 35 เมตร ที่ดำเนินการแล้วเสร็จและสามารถใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี ส่งผลด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวจนเป็นที่ประจักษ์จากการจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆ ของเมืองพัทยา
ปัจจุบันเมืองพัทยาได้ร่วมกับกรมเจ้าท่า ดำเนินโครงการต่อยอดเพื่อมาดำเนินในพื้นที่โครงการเสริมทรายชายหาดจอมเทียนระยะทาง 5 กม. โดยจะมีการขยายหน้าหาดกว้าง 50 เมตร โดยแบ่งการทำงานออก เป็น 2 เฟส เฟสแรกในระยะทาง 2.5 กม. ตั้งแต่ชายหาดร้านลุงไสวซีฟู้ดถึงปากซอย 11 ถนนเลียบหาดนาจอมเทียนซึ่งใกล้จะแล้วเสร็จและส่งมอบแล้ว ส่วนช่วงต่ออีกในระยะ 2.6 กม. หรือการเสริมทรายชายหาดจอมเทียนในระยะที่ 2 จะดำเนินการเสริมต่อเติมจากจุดเดิมไปจนถึงชายหาดยินยอม ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในปี 2566 นี้
นายเอกราช กล่าวอีกว่าสำหรับชายหาดจอมเทียนถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ ด้วยมีความยาวตลอดแนวทะลุถึงชายหาดนาจอมเทียนกว่า 5 กม.ขณะที่การเสริมความกว้างก็มีการขยายเพิ่มถึง 50 เมตร มากกว่าชายหาดพัทยาทั้งความยาวและกว้าง ซึ่งหากดำเนินการในเฟสที่ 2 แล้วเสร็จ พร้อมการปรับภูมิทัศน์ก็จะทำให้เป็นชายหาดที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์แบบ ใกล้เคียงกับคำว่า “หาดไมอาร์มี่” เมืองไทยทีเดียว..