โควิคแม่กลองยังหนักผู้ว่าฯ เร่งตรวจเชิงรุกทุกพื้นที่
จากสถานการณ์เชื้อไวรัส โควิค-19 ในแม่กลอง ยังไม่ดีขึ้นมากนัก สถิติยังขึ้นๆลงๆอยู่ ปัญหายังอยู่ที่ประชากรแฝง แรงงานต่างด้าว ที่เข้ามาอยู่โดยผิดกฎหมาย ไม่กล้าออกมาตรวจหาเชื้อ กลัวถูกส่งกลับประเทศ มากกว่าติดคุกในประเทศไทย
นายชรัส บุญณสะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า ทางจังหวัดได้เปลี่ยนแนวทางใหม่ ไม่ตั้งรับอย่างเดียว เดินหน้าเชิงรุกด้วย เข้าตรวจทุกพื้นที่ พบผู้ป่วยในประชากรแฝงเป็นจำนวนมาก มีทั้งคนไทย และคนต่างด้าว ที่ไม่ยอมออกตรวจหาเชื้อ ทางจังหวัด จึงต้องให้ผู้นำประชาชน เช่น ส.อบจ. ส.อบต.ส.เทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. พาทีมจังหวัด ลุยเข้าไป ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า บางครอบครัว ติดเชื้อโควิค หมดทั้งบ้าน ไม่สามารถ ออกไปทำการตรวจรักษาได้ ต้องสับเปลี่ยนกันออกมาตรวจหาเชื้อ เมื่อพบเชื้อ ก็ถูกกักตัว ส่วนที่นออยู่ทางบ้าน อาการหนักขึ้น แต่ไม่มีคนมาเปลี่ยน ในการเฝ้าบ้าน และรักษาทรัพย์สิน ในบ้านและในสวน
ซึ่งเรื่องนี้ได้เรียกผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อสม. ตำรวจ ชุมชน จัดหาคนมาเฝ้าบ้าน และทรัพย์สิน ให้กับผู้ป่วย จำนวน 14 วันขึ้นไป ให้เจ้าของบ้านปิดบ้าน ล็อกกุญแจ ให้เรียบร้อย สำหรับผู้เฝ้าทรัพย์เพียงลาดตระเวนตรวจสอบความปลอดภัย เหมือนกับโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ในช่วงเทศกาลต่างๆ เชื่อว่า คงได้รับความปลอดภัย
ด้านผู้ป่วยโควิด ซึ่งอยู่ระหว่างกักเก็บตัว ได้ออกมาร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า อาหารที่นำมา ให้ผู้ป่วยและผู้พักดูอาการ ค่อนข้างแย่มาก บางวันไม่ครบ 3 มื้อ ถ้าครบ 3 มื้อ แต่อาหารไม่มีคุณภาพ ทั้งๆที่ ค่าหัวค่าอาหาร คนละ 50 บาท นอกจากนี้ ค่าน้ำดื่ม ไม่ต้องใช้เงินกองกลางซื้อ เพราะมีผู้นำมาบริจาคเป็นจำนวนมากอยู่ได้เป็นเดือนก็ยังไม่หมด เพราะฉะนั้นเงินทอนในส่วนนี้จึงเหลือ ไม่รู้ไปอยู่ที่ใคร มีผู้ป่วยเคยถามผู้นำท้องถิ่น เช่นนายก อบจ นายก เทศบาล นายก อบต. อสม. กำนันผู้ใหญ่บ้าน และหมออนามัย ต่างตอบว่า ต้องนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าน้ำมันรถ เวลาไปซื้ออาหารให้ผู้ป่วย ค่าพนักงานขับรถ ที่เป็นเพียงพนักงานจ้าง ได้รายวัน การที่ดึงตัวมาใช้งาน ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ ไปเอาเงิน งบประมาณ ในสำนักงานไม่ได้ ก็ต้องใช้เงินส่วนนี้ ในการดูแลทุกคน เป็นต้น