ปศุสัตว์ยโสธร-ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ ส่งเสริมการทำนาหญ้าขายผู้เลี้ยงโค-กระบือ

ข่าวทั่วไทย3 พ.ย. 2564 • 09:35 น.
ปศุสัตว์ยโสธร-ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์  ส่งเสริมการทำนาหญ้าขายผู้เลี้ยงโค-กระบือ
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 3 พฤศจิกายน 2564 นายสัตวแพทย์ชาติชาย ยื้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร พร้อมนายดำรงศักดิ์ หงษ์ทะนี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ นายสมศักดิ์ ธรรมบุตร ปศุสัตว์อำเภอเมืองยโสธร ลงพื้นที่ บ้านกว้าง หมู่ที่1 ตำบลเขื่องคำ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร เพื่อส่งเสริมการทำนาหญ้าสายพันธุ์กินนีมอมบาซาแก่กลุ่มเกษตรกรเพื่อสร้างรายได้เข้าครอบครัว นายสัตวแพทย์ชาติชาย ยิ้มเครือ ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร กล่าวว่ากลุ่มเกษตรกรมีนายทองม้วน ทาระพันธ์ เป็นประธานกลุ่ม มีสมาชิกที่ปลูกหญ้า 110 ราย ในพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ มีผลผลิตหญ้ากินนีมอมบาซาประมาณ 3,000 กิโลกรัมต่อไร่ ขายได้เฉลี่ย 3 บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็นเงิน 9,000 บาทต่อไร่ มีต้นทุนค่าปุ๋ย 500 บาทต่อไร่ มีรายได้สุทธิสูงกว่ารายได้จากการปลูกข้าวต่อไร่ โดยเกษตรกรจะเกี่ยวหญ้าทุก 20 วันต่อรอบ หรือประมาณ 15 รอบต่อปี แล้วมัดเป็นกำนำไปจำหน่ายให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ ที่บริเวณหน้าห้างแมคโครสาขายโสธร และสองฝั่งถนนแจ้งสนิทปากทางเข้าหมู่บ้านบ้านกว้าง จำหน่ายเป็นกำๆละ 10 บาท น้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัมต่อกำ สร้างรายได้เฉลี่ยวันละ 1,000 -2,000 บาทต่อราย โดยได้ให้คำแนะนำในการทำแปลงหญ้าอินทรีย์ เพื่อสร้างสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูง สำหรับหญ้ากินนีมอมบาซา เป็นสายพันธุ์จากอเมริกาใต้ มีใบใหญ่ โปรตีนสูงร้อยละ 8-10 มีความต้านทานต่อโรคได้ดี ไม่มีปัญหาโรคใบไหม้ใบจุดที่พบในข้าวและกินนีสีม่วง สามารถปลูกบนพื้นที่ดอน ทนแล้งได้ดี เหมาะกับการตัด แต่ไม่ทนต่อการแทะเล็ม ควรตัดครั้งแรกเมื่อหญ้าอายุ 60 วัน เพื่อให้หญ้ามีระบบรากและต้นที่แข็งแรงก่อน หลังจากนั้นในฤดูฝนสามารถตัดได้ทุก 45 วัน ซึ่งในช่วงนี้หญ้าจะมีคุณภาพทางโภชนะสำหรับสัตว์อยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนในฤดูแล้งควรตัดทุก 45-60 วัน เนื่องจากหญ้าจะเจริญเติบโตช้า โดยตัดสูงจากพื้นดิน 10-15 เซนติเมตร หลังจากการตัดหญ้าทุกครั้งควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ในอัตรา 25-50 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน หญ้ากินนีมอมบาซาเหมาะสำหรับใช้เลี้ยงสัตว์ที่กินหญ้าเป็นอาหารหลักได้ทุกชนิด ทั้งโคเนื้อ โคนม กระบือ ม้า และแพะ เกษตรกรและผู้สนใจสามารถขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ยโสธร หรือที่ปศุสัตว์อำเภอใกล้บ้าน