ลุงวัย 67 นำเรือออกวางลอบดักปูขายพบอีกทีเป็นศพจมน้ำติดทุ่นลอยเลี้ยงหอยชาวบ้านคาดโรคประจำตัวกำเริบ
วันที่ 30 ก.ค.67 เวลา 07.30 น.ร.ต.อ.เอกลักษณ์ วงสา รอง สว.สส.(สอบสวน) สภ.ขลุง จ.จันทบุรี พร้อมด้วยกู้ชีพขลุงมูลนิธิ ร่วมกับชาวประมงพื้นบ้าน นำเรือท้องแบนออกตรวจสอบ ภายในคลองป่าชายเลน ลุ่มน้ำเวฬุ พื้นที่หมู่ 10 ต.เกวียนหัก อ.ขลุง จ.จันทบุรี หลังรับแจ้ง พบมีคนจมน้ำเสียชีวิต ติดกับทุ่นลอยเลี้ยงหอยของชาวบ้าน
โดยการเดินทางต้องขับเรือเข้าไปถึงจุดที่พบศพใช้ระยะเวลาประมาณ 10 นาที ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นปากแม่น้ำลุ่มน้ำเวฬุ ติดกับป่าชายเลน ที่ชาวบ้านทำฟาร์มเลี้ยงหอย โดยระดับน้ำลดลงถึงพื้นทราย พบร่างผู้เสียชีวิตเพศชาย 1 ราย อยู่ในสภาพนอนหงาย สวมเสืัอคลุมสีเขียวกางเกงขาสั้น มือยังคงจับเชือกที่โยงติดกับลำเรือ
ต่อมาทางตำรวจร้อยเวรเจ้าของคดี ได้ทำการตรวจสอบ ภ่ายภาพบริเวณที่เกิดเหตุ พร้อมสอบปากคำชาวบ้านที่มาพบศพ บันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนประสาน กู้ชีพนำร่างกลับขึ้นฝั่งส่งโรงพยาบาลขลุง เพื่อนชันสูตร ยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด
จากการสอบสวนของ ร.ต.อ.เอกลักษณ์ วงสา ร้อยเวรเจ้าของคดี เบื้องต้นทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นายพร จินดารัตน์ อายุ 67 ปี โดยทาง น.ส.พัชราพร จินดารัตน์
อายุ 31ปี พี่สาวคนโต และ น.ส.มารตี กับ น.ส.จันทิมา จินดารัตน์ อายุ 30 ปี ลูกสาวฝาแฝด ให้การว่า ปัจจุบันพ่อมีโรคประจำตัว เป็นเบาหวานความดัน เคยมีอาการกำเริบเผลอวูบขณะขับเรือมาแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ผ่านมา อาการก็กำเริบอีกแต่ช่วยเหลือได้ทัน เนื่องจากมีเพื่อนบ้านนำเรือออกไปหลายลำ
ล่าสุดช่วงเย็นวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา พ่อได้ออกเรือไปวางลอบดักปูอีก ทั้งที่อาการไม่ค่อยดี เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้ 5 วัน และเคยบ่นเหมือนสั่งเสียเสียว่าไม่ค่อยมีเงินใช้ ต้องออกหาปูเพื่อเอาไปขาย ถ้าไม่ทำก็อดตาย จากนั้นได้ออกเรือไป กระทั่งตี 2 ก็ยังไม่กลับบ้าน ทำให้ลูกๆพากันเป็นห่วง เนื่องจากพ่อออกไปลำเดียว โทรศัพท์ก็ไม่มีสัญญาณติดต่อไม่ได้ จึงปรึกษาพี่น้องตกลงกันว่า เมื่อสว่างจะพากันออกไปดู จนรุ่งเช้าได้วานสามีและเพื่อนชาวประมงพื้นบ้าน ช่วยออกตามหา จนมาพบว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว จึงโทรแจ้งเจ้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ดังกล่าว