ครูบุรีรัมย์จี้เอาผิดมิจฉาชีพแฮกเฟซแชทยืมเงินเพื่อน พบเหยื่อนับร้อย-สูญเกือบ 6 หมื่น
ครูวัย 59 ชาว อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ถูกแฮกเฟซบุ๊กแชทยืมเงินเพื่อนในเฟซนับร้อยคน มีทั้ง ผญบ.เพื่อนสนิท และคนรู้จักหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ โอนเงินให้สูญเกือบ 6 หมื่น หอบหลักฐานโร่แจ้ง ตร. พบบัญชีปลายทางที่โอนเงินเข้าเป็นหญิงขายของออนไลน์ชาว จ.กระบี่ เชื่อทำเป็นขบวนการ วอนตำรวจเร่งติดตัวดำเนินคดีและชดใช้เงินคืนผู้เสียหาย
วันนี้ (17 มี.ค.64) นางสมศรีพิศุทธิ์ ไกรอภัยวงษ์ อายุ 59 ปี ข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ได้นำเอกสารหลักฐานข้อความที่ถูกมิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊กแชทยืมเงินคนรู้จักในเฟซ สลิปการหลอกยืมเงิน และบันทึกแจ้งความ ออกมาแฉพฤติกรรมของแก๊งมิจฉาชีพที่เข้ามาแฮกเฟซบุ๊ก ส่งข้อความไปหลอกยืมเงินเพื่อนในเฟซบุ๊กนับร้อยคน โดยภายในวันที่ 9 มี.ค.2564 ที่ผ่านมา วันเดียวมีคนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อโอนเงินให้จำนวน 3 ราย คือ เพื่อนสนิทที่ อ.นางรอง โดนหลอกโอน 2 ครั้ง ๆ แรกจำนวน 14,900 บาท และ 10,000 บาท คนรู้จักที่อยู่ในหมู่บ้านอีก 18,700 บาท และผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านอีกกว่า 18,000 บาท รวมเกือบ 6 หมื่นบาท
โดยทั้ง 3 รายถูกหลอกโอนช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน คือ เวลาประมาณ 15.30 น. – 15.42 น.ซึ่งเป็นช่วงที่ตนเองสอนหนังสืออยู่ มารู้ก็ตอนที่ ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งที่เป็นเพื่อนกันในเฟซบุ๊กโทรศัพท์มาบอกว่า เฟซมีปัญหาหรือเปล่า เพราะมีข้อความส่งไปยืมเงินเพื่อนในเฟซพร้อมๆ กันหลายคน ตอนนั้นก็ตกใจมากพยายามจะเข้าเฟซบุ๊กตัวเองเพื่อส่งไปบอกเพื่อนและคนรู้จักในเฟซว่าอย่าไปหลงเชื่อ ตนไม่ได้ส่งข้อความไปยืมเงินใคร แต่กลับถูกบล็อกไม่สามารถเข้าเฟซของตัวเองได้ จึงใช้วิธีโทรศัพท์บอกเพื่อนที่รู้จักให้ช่วยแจ้งเพื่อนในเฟซให้
พอหลังทราบเรื่องทั้งตนเองและคนที่ตกเป็นเหยื่อโอนเงินให้กับมิจฉาชีพที่เข้ามาแฮกเฟซ ก็ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจทั้ง สภ.หินเหล็กไฟ อ.คูเมือง และ สภ.นางรอง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวบุคคลที่เข้ามาแฮกเฟซหลอกยืมเงินทำให้ได้รับความเสียหาย มาดำเนินคดีและนำเงินมาชดใช้ผู้เสียหายคืนด้วย
ครูสมศรี ยังบอกอีกว่า จากข้อมูลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นทราบว่า บัญชีปลายทางที่ถูกหลอกให้โอนเงินเข้าเป็นบัญชีของหญิงคนหนึ่ง ซึ่งมีอาชีพขายของออนไลน์อยู่ที่ จ.กระบี่ กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการของทางตำรวจ จากกรณีที่เกิดขึ้นก็ทำให้ตนเองได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก เพราะขาดความเชื่อถือเพราะตนเองเป็นครู
แต่ยืนยันว่า ที่ผ่านมา ตนไม่เคยไปยืมเงินใครเพราะไม่ได้เดือดร้อนอะไร ก็อยากฝากเตือนคนอื่นๆ ที่ใช้เฟซบุ๊กหรือสื่อโซเชียลต่างๆ ให้ระมัดระวังด้วย เพราะทุกวันนี้มิจฉาชีพมีหลายรูปแบบ และหากเป็นไปได้ก็อยากให้มีกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรงหากเวลาเกิดปัญหาถูกแฮกเฟซ หรือไลน์ จะได้ง่ายในการตรวจสอบเส้นทางว่าใครเป็นคนแฮกแล้วมีบุคคลใดที่เกี่ยวข้องบ้าง จะได้ติดตามเอาผิดทั้งหมด และเชื่อว่าน่าจะมีการทำเป็นขบวนการ