วุฒิสภารวมใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอ่างทอง
วันนี้ (17 ตุลาคม 2565) เวลา 09.00 น. ณ ศาลาการเปรียญวัดไชยภูมิ ตำบลไชยภูมิ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ร่วมเป็นเกียรติกล่าวต้อนรับ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลางและคณะสมาชิกวุฒิสภา ในการลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ สิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลไชยภูมิ อำเภอไชโย จำนวน 100 ชุด พร้อมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัย การบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง โดยมี นายศักดิ์ดา บรรดาศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ปลัดจังหวัดอ่างทอง หัวหน้าส่วนราชการ กำลังพลจากกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์นายอำเภอไชโย กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับและร่วมมอบถุงยังชีพ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนในพื้นที่
คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง ได้พูดคุยให้กำลังใจแก่ประชาชนและมอบถุงยังชีพ เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่ตำบลไชยภูมิ หมู่ที่ 1-4 จำนวน 100 ครัวเรือน ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 50,000 บาท จากโครงการ “วุฒิสภารวมใจ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม” ซึ่งจังหวัดอ่างทองได้เกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่รวมทั้งสิ้น 6 อำเภอ 44 ตำบล 230 หมู่บ้าน มีราษฎรได้รับผลกระทบ 11,415 ครัวเรือน ประกอบด้วย อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ อำเภอป่าโมก อำเภอไชโย อำเภอโพธิ์ทอง และอำเภอแสวงหา สำหรับเหตุอุทกภัยในพื้นที่อำเภอไชโย ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้นและเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน มีผู้ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 7 ตำบล 31 หมู่บ้าน 1,191 ครัวเรือน
ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า จากเหตุสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอ่างทองจุดที่สำคัญ คือ การป้องกันเขตเศรษฐกิจเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างและเพื่อให้ประชาชนสามารถมีที่จับจ่ายใช้สอยดำรงชีวิตได้อย่างเป็นปกติ โดยทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ระดมสรรพกำลังทั้งงบประมาณ กำลังคน อาหาร เครื่องดื่ม และทรัพยากรเครื่องจักรกลต่าง ๆ ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ป้องกันและคอยสอดส่องดูแลประชาชนในพื้นที่อย่างดีที่สุดจนกว่าสถานการณ์จะกลับมาสู่สภาวะปกติ รวมถึงการดูแลปลอบขวัญผู้ประสบภัยที่ได้รับการสนับสนุนจากสภากาชาดไทย มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์มอบชุดธารน้ำใจและถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยทุกครัวเรือน
ทั้งนี้ ยังได้ฝากข้อห่วงใยไปยังประชาชนผู้ประสบอุทกภัยที่ยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมสูง ขอให้อพยพมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยหรือศูนย์พักพิงที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้จัดเตรียมไว้ให้เพื่อความปลอดภัย สำหรับประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งพร้อมดูแลประชาชนผู้ประสบอุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการเยียวยาประชาชนผู้ประสบอุทกภัยภายหลังสภานการณ์กลับมาสู่สภาวะปกติจะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุดต่อไป